AWC เปิดไทม์ไลน์ลงทุน AWR กองรีท IPO ใหญ่สุดในไทย ชูจุดแข็งกรรมสิทธิ์ 100% ประกาศตัว เตรียมเปิด ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร็อพเพอร์ตี้ หรือ AWR ไปสักพักแล้ว สำหรับ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ที่ นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) แม่ทัพใหญ่ของ AWC ได้ลุยเปิดโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ในพอร์ต พร้อมโรดโชว์กับนักลงทุนรัวๆ ล่าสุด AWR ขยับอีกครั้ง ประกาศความพร้อมให้กับนักลงทุน มุ่งสู่การเป็น REIT คุณภาพชั้นนำแห่งเอเชีย พร้อมก้าวสู่การเป็นกองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์แบบกรรมสิทธิ์ 100% (Freehold) คุณภาพสูง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรม REIT ไทย และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดทุนของประเทศ Empire ชู 5 จุดแข็งกองทรัสต์ วัลลภา เผยว่า AWR ของเรามุ่งที่จะเป็นพลังอสังหาริมทรัพย์ และ พลังตลาดทุน โดยมีจุดแข็ง 5 ข้อ คือ 1.การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ 100% ไม่ใช่สิทธิการเช่า โดยได้คัดอสังหาริมทรัพย์คุณภาพระดับโลก ทั้งไลฟ์สไตล์ คอมเมอร์เชียล พร็อพเพอร์ตี้ และ โรงแรมในทำเลที่หาไม่ได้อีก มูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท มีค่าตอบแทนคาดการณ์ปี 2570 ที่ 5.44%-6.51% สร้างรายได้ที่เติบโตมั่นคง และคาดการณ์ผลตอบแทนรวมประมาณ 13.39-14.91% จากทั้งกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและโอกาสเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว 2. เติบโตก้าวกระโดด จากสัญญาให้สิทธิการเข้าลงทุนเพิ่มในทรัพย์สินคุณภาพของ AWC โดย AWR ได้รับสิทธิในการลงทุนแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด ในการลงทุน 9 โครงการระดับไฮเอนด์ถึงอัลตราลักชัวรี ที่ AWC คัดสรรไว้ รวมประมาณ 3,100 ห้องพัก อีกทั้งมีอัตราการกู้ยืมเริ่มต้นเพียง 20% มีศักยภาพในการกู้ยืมเพื่อลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมได้อย่างยืดหยุ่น 3.มูลค่าเพิ่มในสินทรัพย์ที่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิโดยสมบูรณ์ตลอดไป สร้างผลตอบแทนรวมคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 13.39%-14.91% พร้อมการเติบโต ต่อเนื่องระยะยาวอย่างยั่งยืน ผ่านสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ 100% ทั้ง 5 แห่ง ไม่มีความเสี่ยงจากการสิ้นสุดสัญญาเช่า 4.มีโครงสร้างการกำกับดูแลมาตรฐานสากล เพื่อรักษาผลประโยชน์ สร้างความเชื่อมั่นและโปร่งใสให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนเติบโตอย่างมั่นคง โดย มีคณะกรรมการที่มีกรรมการอิสระสูงถึง 60% โดยร่วมพิจารณาแต่งตั้งโดยทรัสตี และ ค่าธรรมเนียมที่ผูกกับผลการดำเนินงาน ซึ่งจ่ายเฉพาะเมื่อ DPU เติบโตเกินเกณฑ์ที่กำหนด และ 5. ซื้อขายคล่องในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยกองทรัสต์สินทรัพย์กรรมสิทธิ์ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย โดยมีสัดส่วนหน่วยทรัสต์หมุนเวียนในตลาด (Free Float) ประมาณ 72% คิดเป็นมูลค่าราว 31,088 ล้านบาท สะท้อนสภาพคล่องในการซื้อขายที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ AWC จะถือหน่วยทรัสต์ไม่เกิน 28% เพื่อสะท้อนผลประโยชน์ที่สอดคล้องกับผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว Banyan Tree Koh Samui กางพอร์ต 5 สินทรัพย์ ทำเลศักยภาพ ชูจุดขายสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ 100% แบบไม่ใช่สิทธิเช่า โดยได้เลือกมาทั้ง Lifestyle Commercial Property ,Ultra Luxury Wellness Destinations และ Friends and Families Luxury Destinations มี ให้ครบทุกเซกชั่น และ ทำเทศักยภาพ หาไม่ได้อีก ทั้ง 5 แห่ง จาก 3 เครือโรงแรมใหญ่ของโลก ที่มีฐานสมาชิกกว่า 800 ล้านคน ได้แก่ 1. ดิ เอ็มไพร์ กรุงเทพฯ แลนด์มาร์คไลฟ์สไตล์ และคอมเมอร์เชียลที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ บนถนนสาทร จุดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจ พื้นที่เช่าสุทธิ 158,021 ตารางเมตร มีอัตราการเช่า 64% แบ่งเป็นออฟฟิส 40% และ F&B 60% จากผู้เช่าคุณภาพ 200 ราย ที่มีอัตราการต่อสัญญาเช่า 99% มี EA Rooftop at The Empire จุดหมายปลายทางด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ รวมถึง EA Wellness Club ที่จะช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้า เวลเนสคุณภาพซึ่งกำลังเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และพื้นที่ Co-Living แห่งแรกและแห่งเดียวที่สร้างการเติบโตด้วยพื้นที่การทำงานที่เชื่อมไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน รวมไปถึงร้าน Aya ที่เติบโต 36% 2. บันยันทรี เกาะสมุย รีสอร์ตระดับอัลตราลักชัวรี พูลวิลล่า 88 หลังทั่วเนินเขาที่ดินแปลงสวยของเสี่ยเจริญ พร้อมชายหาดส่วนตัวใหญ่ที่สุดในสมุย มีพื้นที่ 668 ตารางเมตร ทั้ง มีร้านอาหารดัง 5 แห่ง ที่สามารถทำรายได้ห้องพักจาก 12,200 บาท ไปจนถึง 24,800 บาท 3. บันยันทรี กระบี่ รีสอร์ตระดับอัลตราลักชัวรี ห้องสวีทและวิลล่า 72 ห้องบนหาดทับแขก โอบล้อมด้วยผืนป่าเชิงเขาหงอนนาค พร้อมห้องอาหาร 4 ร้าน บนพื้นที่ 623 ตารางเมตร มีบริการสปา Hydrotherapy ที่รวบรวมประสบการณ์ด้านเวลเนสไว้อย่างครบครันทั้งในสมุยและกระบี่ มีอัตราการเติบโตสะสมตั้งแต่ปี 2564-2568 ถึง 54.5% 4. มีเลีย เกาะสมุย รีสอร์ตลักชัวรีสำหรับกลุ่มครอบครัวและเพื่อน รีสอร์ต 200 ห้องพัก ริมหาดเชิงมน ที่มีกิจกรรมขายประสบการณ์ทางน้ำหลากหลาย ทั้ง เจ็ตสกี มีร้านอาหารที่มีชื่อเสียง โดยมีอัตราการเข้าพักปี 2568 อยู่ที่ 76% มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมปี 2564-2568 อยู่ที่ 83.8% 5. พัทยา แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา อีก 1 แห่งในเซกชั่น รีสอร์ตลักชัวรีสำหรับกลุ่มครอบครัวและเพื่อน บนทำเลพัทยา ที่กำลังบูม และเป็นแมริออทแห่งเดียวในพัทยา โดยโรงแรมมีจุดขายที่สไลเดอร์วิวทะเล ทั้งยังปรับรองรับธุรกิจ MICE ห้องบอลรูมโชว์เคสรถยนต์ได้ สินทรัพย์โรงแรมทุกแห่งมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด ขณะที่ EBITDA ของพอร์ตเติบโตประมาณ 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินทรัพย์ในพอร์ต AWR เติบโต 9 กระโดด กับ สิทธิลงทุน AWC ทั้ง 9 แห่ง AWR เริ่มต้นด้วยการมีอัตรากู้ยืมเริ่มต้นเพียง 20% ทั้งยังได้รับสิทธิในการลงทุนแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด (Evergreen Right of First Refusal: ROFR) ในการลงทุน 9 โครงการระดับไฮเอนด์ถึงอัลตราลักชัวรี ที่ AWC คัดสรรไว้ รวมประมาณ 3,100 ห้องพัก หากใช้สิทธิครบทั้ง 9 โครงการ พอร์ตจะขยายเป็นประมาณ 3,747 ห้องพัก ได้แก่ 1.Mariott Marquis Queen’s Park 2.Bangkok Mariott Hotel The Surawongse 3.The Ritx-Carlton Phuket Resort and Spa ภูเก็ต 4.Fairmont Bangkok Sukhumvit 5.Phuket Mariott Resort and Spa Nai Yang Beach ภูเก็ต 6.InterContinental Chiang Mai The Mae Ping เชียงใหม่ 7.Kimpton Hua Hin Resort and Beach Club หัวหิน 8.Asiatique The Riverfont Destination 9.The Hotel Plaza Athenee Nobu Bangkok โดย AWC มีแผนจะถือหน่วย 28% ใน AWR สร้างความเชื่อมั่นกับผลประโยชน์ระยะยาว ซึ่ง ดร.ภากร ปีตธวัชชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AWR เผยว่า ขณะนี้ยังสามารถลงทุนได้อีก 35% ถึงจะอยู่ในระดับสบายใจ หรือ หมายความว่าจะลงทุนได้อีกราว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถ้าซื้อโรงแรมทั่วไปก็ได้ราว 2 แห่ง ที่เราอยากให้ค่อยๆเติบโต เติมปีละแห่ง 2 แห่ง ดร.ภากร กล่าวอีกว่า ถ้านักลงทุนถือดอลลาร์จะไปลงทุนอะไร ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ ไปลงรีทในอเมริกา รีทใหญ่สุดที่เป็นโรงแรมให้ผลตอบแทนประมาณ 5% กว่า แต่ตอนนี้ถ้ามาลงทุนในไทย เอาเงินดอลลาร์แลกเป็นบาทวันนี้ ล็อกอัตราแลกเปลี่ยนไว้ 1 ปี เขาจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า ได้บวกเพิ่มไปอีก 2% เปรียบเทียบแล้วน่าสนใจ การลงทุนแบบนี้คุณภาพแบบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งในไทยและต่างประเทศ Banyan Tree Krabi ผลตอบแทนสูง 13.39%-14.91% นางวัลลภา กล่าวว่า AWC มุ่งมั่นร่วมพลังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทย ผ่านการสร้างโมเดล Sustainable Growth Platform เต็มรูปแบบด้วย REIT คุณภาพ โดยการจัดตั้ง AWR รีทคุณภาพท็อปของเอเชีย เอเชีย เพื่อเชื่อมโยงสินทรัพย์คุณภาพระดับโลกเข้ากับโอกาสการลงทุนระยะยาว และเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในทำเลที่หาทดแทนได้ยากของประเทศไทย AWC รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ 11 สถาบันการเงินชั้นนำทั้งในประเทศ และระดับโลกทั้ง BofA Securities, Morgan Stanley, DBS, Mizuho, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยธนชาต และ ธนาคารยูโอบี เชื่อมนักลงทุนไทยและโลกร่วมลงทุนใน AWR REIT IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับ REIT ชั้นนำในสิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ AWR โดดเด่นด้วยการเป็นกองทรัสต์ที่ผสานการถือครองสินทรัพย์แบบกรรมสิทธิ์ 100% เข้ากับสิทธิในการลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์คุณภาพของ AWC โดยคาดการณ์ผลตอบแทนคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 5.44%-6.51% และผลตอบแทนรวมคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 13.39%-14.91% จากการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ Melia Samui เปิดไทม์ไลน์ลงทุน นางวัลลภา กล่าวถึงไทม์ไลน์ว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน จะเดินสายโรดโชว์นักลงทุน ก่อนที่ต้นเดือนธันวาคม จะเปิดเผยรายละเอียด ราคา เงื่อนไข การเสนอขาย พร้อมเตรียมเอกสารและดำเนินการยื่น Filing Effectiveness ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนธันวาคม หลังจากสรุปยอดนักลงทุนเฉพาะเจาะจงในช่วงต้นเดือนธันวาคม คาดว่าจะดำเนินกระบวนการอนุมัติหลังช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อหน่วยลงทุน AWR ในช่วงเดือนมกราคม เบื้องต้นคาดว่าจะเป็น 20-28 มกราคม และเริ่มเทรดอย่างเป็นทางการ 10 กุมภาพันธ์ Pattaya Marriott Resort & Spa The Empire
AWC เปิดไทม์ไลน์ลงทุน AWR กองรีท IPO ใหญ่สุดในไทย ชูจุดแข็งกรรมสิทธิ์ 100% ประกาศตัว เตรียมเปิด ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสั






Comments