ตร.ทล.จับ 2 หนุ่มตระเวนลักตัดสายไฟทางหลวง เอาเงินเสพยา เตือนร้านของเก่าระวังซื้อของโจร วันที่ 28 ตุลาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล. พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. พ.ต.ท.จิระพันธุ์ รุจิระกุล รอง ผกก.6 บก.ทล. พ.ต.ท.ธนพล ยอดกัณหา รอง ผกก.6 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สวญ.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.สมโภชน์ บุญชะยา สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล., ร.ต.ท.บุญร่วม เหมือนมาตย์ ร.ต.ท.ประดิษฐ์ พลอยวิเลิศ รอง สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. ด.ต.ณิชากร เกษมสรรผิวอ้วนจ.ส.ต.เกียรติศักดิ์ ภาคมฤค จ.ส.ต.อณัฐชา ผิวก่ำ ส.ต.อ.คุณวุฒิ พรมมาลา และ ส.ต.อ.ธวัชชัย ทะสุใจ ผบ.หมู่ฯ ช่วยราชการ ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิรินธร และเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 จับกุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นายอนุวัตร หรือเล็ก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.670/2569 ลงวันที่ 27 ต.ค. 69 และนายพีระภัทร หรือพี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.671/2569 ลงวันที่ 27 ต.ค. 69 โดยกล่าวหาว่า “ ร่วมกันลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์เวลากลางวัน และเวลากลางคืน และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ” พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ 110 i สีแดง-ดำ (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) จำนวน 1 คัน เสื้อผ้า หมวก และรองเท้าบู๊ทสีดำ ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ (ยึดได้จากบ้านผู้ต้องหา) เศษปลอกหุ้มสายไฟที่ถูกปอกลอกออกแล้ว จำนวนครึ่งกระสอบ (ยึดได้จากบ้านผู้ต้องหา) ลวดทองแดงที่ปอกเสร็จแล้ว น้ำหนัก 2 กิโลกรัม และขดลวดทองแดง (ยึดได้จากร้านรับซื้อของเก่า) อุปกรณ์ที่ใช้ตัดสายไฟ (คีมตัดสายไฟ,ไขควง,มีด,ถุงมือกันไฟช็อต,ไฟฉายคาดศีรษะ) (ยึดได้จากบ้านผู้ต้องหา) อุปกรณ์เสพยาบ้า (ยึดได้จากบ้านผู้ต้องหา) โดยจับกุมได้ที่ต.นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี พฤติการณ์การสืบสวนจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 – 26 ตุลาคม 2569 ได้เกิดเหตุคนร้ายตระเวนลักลอบงัดตู้ควบคุมไฟส่องสว่างและตัดสายไฟทางหลวง บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 217 (กม.70-73) ทางเข้าเขื่อนสิรินธร ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เป็นจำนวนถึง 3 ตู้ ต่อเนื่องกัน ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงดับมืดสนิทเป็นทางยาว ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเสี่ยงภัยและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังเป็นเส้นทางสำคัญที่ประชาชนใช้สัญจรไปยังเขื่อนสิรินธร, จุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จว.อุบลราชธานี แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สิรินธร และประสานงานมายังตำรวจทางหลวงอุบลราชธานี เพื่อให้สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจทางหลวงอุบลราชธานี จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับชุดสืบสวน สภ.สิรินธร และแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมถึงติดตามผู้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง จนสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน คือ นายอนุวัตร อายุ 26 ปี และนายพีระภัทร อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ที่มีประวัติเคยถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง จึงได้ทำรายงานการสืบสวนเสนอต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อขออนุมัติหมายจับ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 06.20 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำกำลังพร้อมหมายจับ เข้าตรวจค้นที่บริเวณกระท่อมไม่มีเลขที่ และบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 4 ต.นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี สามารถจับกุมตัวนายอนุวัตร และนายพีระภัทร ได้ ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นบริเวณที่พักของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พบพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันถึงการก่อเหตุอย่างครบถ้วน ได้แก่ คีมตัดสายไฟ 2 อัน, ถุงมือกันไฟช็อตสีแดง, ไขควง, มีด, ไฟฉายคาดศีรษะ, รถจักรยานยนต์และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ ตลอดจนพบกองเศษปลอกหุ้มสายไฟที่ถูกปอกเอาลวดทองแดงออกแล้วบรรจุอยู่ภายในกระสอบปุ๋ยอีกครึ่งกระสอบ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปขยายผลตรวจยึดของกลางที่ ร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ ต.นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อ.สิรินธร และสามารถตรวจยึดลวดทองแดงของกลาง น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ที่ผู้ต้องหานำมาขายไว้ในราคา 600 บาท กลับคืนมาได้ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สิรินธร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งปฏิบัติการตั้งแต่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขอออกหมายจับ จนนำไปสู่การจับกุมตัวในครั้งนี้ ใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 46 ชั่วโมง จากการซักถาม ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ได้ร่วมกันขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนไปตามริมถนนทางหลวงในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ก่อนจะใช้ไขควงและมีดงัดเปิดตู้ควบคุมไฟส่องสว่าง แล้วสวมถุงมือกันไฟช็อตใช้คีมตัดสายไฟนำกลับมาปอกเปลือกเอาเฉพาะลวดทองแดงที่กระท่อมพักอาศัย เมื่อปอกเสร็จได้นำลวดทองแดงน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ ได้เงินสดมาเพียง 600 บาท จากนั้นจึงนำเงินที่ได้ไปแบ่งกันซื้อยาบ้ามาเสพ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เป็นกลุ่มวัยรุ่นติดยาเสพติดที่มีพฤติการณ์ตระเวนงัดแงะ ลักทรัพย์สินในหมู่บ้านมาอย่างโชกโชน สร้างความเดือดร้อนและหวาดผวาให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยนายอนุวัตรฯ เคยถูกจับกุมในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (ปืนไทยประดิษฐ์) ส่วนนายพีระภัทรฯ เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในส่วนของการสำรวจความเสียหาย การที่คนร้ายตระเวนงัดตู้ควบคุมไฟส่องสว่างและตัดสายไฟไปจำนวน 3 ตู้ เพื่อนำไปปอกขายแลกเงินเพียง 600 บาท กลับสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์และงบประมาณแผ่นดินในการซ่อมแซมและเดินระบบสายไฟฟ้าส่องสว่างตลอดแนวเส้นทางใหม่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลักแสนบาท สำคัญที่สุดคือความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้จากความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอันเนื่องมาจากไฟส่องสว่างดับมืดสนิท กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าทุกแห่ง ท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินและบันทึกข้อมูลบัตรประชาชนผู้ขายทุกครั้ง หากพบเห็นสายทองแดงหรือขดลวดที่มีลักษณะคล้ายสายไฟหลวง ให้ปฏิเสธการรับซื้อและแจ้งตำรวจทันที มิฉะนั้นท่านอาจตกเป็นผู้ต้องหาในคดี “รับของโจร”
ตร.ทล.จับ 2 หนุ่มตระเวนลักตัดสายไฟทางหลวง เอาเงินเสพยา เตือนร้านของเก่าระวังซื้อของโจร วันที่ 28 ตุลาคม กองบัญชาการตำรวจ






Comments