เบื้องหลัง Yo-Chi โยเกิร์ตยอดฮิตเจน Z จากออสเตรเลียปักหมุดไทย ชูจุดขาย ผับที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เทรนด์สุขภาพที่มาแรง เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคนทั่วไปไม่น้อย จากที่เคยต่อแถวกินชานมไข่มุก ดื่มกาแฟ ก็เริ่มเปลี่ยนมาเข้าคิวดื่มโยเกิร์ตพร้อมดื่มกันแล้ว ตลาดโยเกิร์ต พร้อมดื่มในไทยใหญ่กว่าที่หลายคนคิด ในปี 2024 มีมูลค่าตลาดถึง 15,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดโลกในปี 2026 คาดว่าจะอยู่ที่ 118,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เป็นหมุดหมายที่ Yo-Chi แบรนด์โฟรเซนโยเกิร์ตชื่อดังของ Gen Z จากออสเตรเลีย เลือกมาเปิดสาขาแรกในไทย เป็นแห่งที่ 4 นอกประเทศ และใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia ที่โซน Groove เซ็นทรัลเวิลด์ ในคอนเซปต์ Third Space พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ กว่าจะมาเปิดสาขาที่ 80 ของแบรนด์ Yo-Chi ใช้เวลาศึกษาประเทศไทยนับปี ‘โอลิเวอร์ อัลลิส’ (Oliver Allis) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ และผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Yo-Chi’ เผยว่า มองเห็นโอกาสที่คนไทยเอนจอยกับการกิน และเห็นแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการสังสรรค์มากขึ้น ให้มีทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ มากกว่าการไปผับ บาร์ หรือ ไนต์คลับ ‘อัลลิส’ ให้นิยาม Yo-Chi ว่า นี่คือพื้นที่พบปะสังสรรค์ที่ทุกคนสนุกและใช้เวลาร่วมกันได้ เปรียบเสมือน ‘ผับที่ไม่มีเบียร์’ จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจพาร้านโฟรเซ่นโยเกิร์ตเข้ามาปักหลักในไทย “เซ็นทรัลเวิลด์ เป็น 1 ในศูนย์การค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในระดับโลก จึงเหมาะที่จะเปิดตัว Yo-Chi ในไทยให้เป็นที่รู้จัก” โอลิเวอร์ อัลลิส Yo-Chi แห่งแรกในไทย ชูจุดขายผับที่ไม่มีแอลกฮอล์ มีพื้นที่ 207 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ในร้าน 95.64 ตารางเมตร และ พื้นที่ Outdoor 17.05 ตารางเมตร ออกแบบบรรยากาศให้อบอุ่น มอบพลังบวก เป็นมิตรกับทุกคน สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์แบบที่เป็นทั่วโลก บรรยากาศอบอุ่นที่ว่า มาพร้อมกับการออกแบบผสานวัสดุต่างๆ จากธรรมชาติ ทั้ง กระเบื้องลายหินอ่อน ไม้โทนอบอุ่น รวมถึงโคมไฟแขวนหลากรูปแบบ และบาร์ท็อปปิ้งสีบรอนซ์ที่โดดเด่น สาขานี้ยังมี ลูกบอลดิสโก้มะม่วง ที่มีเฉพาะในไทย ปลุกอารมณ์ให้สนุกสนาน ใครที่เป็นสายโซเชียล ร้านก็ตกแต่งมีมุมให้ถ่ายรูป กับกระจกดีไซน์แบบหน้าปกนิตยสาร และ บูธดีเจ กับจำนวนที่นั่งที่ถูกวางอย่างลงตัว ให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย เปิดให้ตี้กันได้ยาวๆ ตั้งแต่ 10.00-24.00 น. ความโดดเด่นของ ‘Yo-Chi’ อยู่ที่การผลิตทุกเมนูจากนมสดโดยไม่ใช้นมผง รสชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ ‘Signature Tart’ รสคลาสสิกหรือรสดั้งเดิม รวมถึงยังมีรสชาติหลักอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Salted Butterscotch, Chocolate, Classic Vanilla และ Strawberries & Cream รวมถึงรสชาติตามฤดูกาล อาทิ Mango และ Coconut รวมไปถึงรสชาติพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสาขาในพื้นที่นั้นๆ ด้านท็อปปิ้งที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สตรอว์เบอร์รีสดที่ตัดและเตรียมใหม่ภายในร้านทุกวัน, Cookie Dough ซิกเนเจอร์, น้ำพุ Nutella อุ่นๆ และ Mini Taiwanese Mochi นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งเฉพาะเมืองไทย ได้แก่ Thai milk tea jelly, Thai Mango, ⁠Coconut Chips และ Pipo Fruit Jelly โดยราคาเริ่มต้น 73 บาท ต่อ 100 กรัม เป็นดีไซน์ ที่โดนใจเหล่าเจน Z และคนรักสุขภาพไม่น้อย ส่วนจะมีโอกาสเปิดในพื้นที่อื่นต่อไปหรือไม่นั้น โอลิเวอร์ อัลลิส บอกว่า เราต้องการค่อยๆ ขยายตลาดของ Yo-Chi ไปทีละประเทศ โดยพิจารณาจังหวะและความเหมาะสมของแต่ละตลาด ประเทศไทยมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่กำลังมองหาพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ที่ปลอดภัย เป็นมิตรกับทุกคน ไม่เน้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีบรรยากาศที่น่าสนใจ ซึ่ง Yo-Chi ต้องการเข้ามาเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ “เราต้องการค่อยๆ ขยายตลาดของ Yo-Chi ไปทีละประเทศ โดยพิจารณาจังหวะและความเหมาะสมของแต่ละตลาด ประเทศไทยมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่กำลังมองหาพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ที่ปลอดภัย เป็นมิตรกับทุกคน ไม่เน้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีบรรยากาศที่น่าสนใจ ซึ่ง Yo-Chi ต้องการเข้ามาเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้” “เราพร้อมรับฟังความคิดเห็นว่า ผู้บริโภคต้องการให้ Yo-Chi ไปเปิดในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ โยเกิร์ตที่ผลิตจากนมสดรวมถึงอาซาอิจากวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพสูงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องการนำเสนอให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย” รสชาติใหม่ของคนรักสุขภาพ

QUOTE · 引述
เบื้องหลัง Yo-Chi โยเกิร์ตยอดฮิตเจน Z จากออสเตรเลียปักหมุดไทย ชูจุดขาย ผับที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เทรนด์สุขภาพที่มาแรง เปลี่ยน