ทวี แนะสมช.เตรียมแผนรับมือวิกฤตความมั่งคง แจ้งเตือนประชาชน ไม่ใช่ให้ตระหนก แต่ต้องรอด วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาชาติ อาทิ นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร, นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ ได้ร่วมกันแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางกระแสการแจ้งเตือนและการเฝ้าระวังภัยสงครามและความไม่สงบในระดับสากล พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินว่า ประเทศไทยมีกรอบแผนงานความมั่นคงรองรับอยู่แล้ว โดยเฉพาะแผนงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งจัดทำขึ้นตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อย่างไรก็ดี เมื่อมีสัญญาณเตือนภัยเกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องนำแผนดังกล่าวออกมาขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมให้กับภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับหลายประเทศที่มีการซักซ้อมรับมือวิกฤตฉุกเฉินในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า คำว่า “ภัยสงคราม” ในบริบทปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสู้รบด้วยอาวุธเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือเหตุวิกฤตขั้นวิกฤต เช่น ระบบสาธารณูปโภคหรือไฟฟ้าดับพร้อมกันทั่วประเทศ การเตรียมการดังกล่าวจึงไม่ใช่การสร้างความตื่นตระหนก แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก “ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยที่ไม่ได้คาดคิดอยู่ตลอดเวลา บทเรียนจากภัยพิบัติที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้น ประชาชนจะขาดแคลนทั้งอาหารและสิ่งจำเป็นพื้นฐาน และมักพบความล้มเหลวในการส่งความช่วยเหลือจากรัฐส่วนกลางที่ใช้เวลานานเกินไป ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องสร้างศักยภาพให้ระดับครัวเรือน ระดับท้องถิ่น และระดับจังหวัด สามารถบริหารจัดการและอยู่รอดให้ได้ด้วยตัวเองอย่างน้อยภายใน 72 ชั่วโมงแรก” พ.ต.อ.ทวี กล่าว พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า ท้องถิ่นต้องได้รับการติดอาวุธทางความพร้อมและมีการสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อประชาชนว่า เมื่อเกิดเหตุวิกฤตขึ้นจริง ครัวเรือนจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งรัฐบาลควรมีความกระตือรือร้นและมีคำตอบที่ชัดเจนในการแปลงแผนความมั่นคงของ สมช. สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดภาวะสุญญากาศหรือไม่รู้เรื่องเมื่อถูกตั้งคำถามจากสังคม
ทวี แนะสมช.เตรียมแผนรับมือวิกฤตความมั่งคง แจ้งเตือนประชาชน ไม่ใช่ให้ตระหนก แต่ต้องรอด วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่







Comments