บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ตั้งเป้าดัน AUM แตะ 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2572 หวังกลับขึ้นเป็นอันดับ 1 ในปีหน้า หลังเผชิญเงินไหลออกจากกองทุนตราสารหนี้ 3-4 หมื่นล้านบาท พร้อมประเมินหุ้นไทยปี 2570 แตะ 1,710 จุด ชู 4 ธีมลงทุนเด่น มองหุ้นสหรัฐ-เอเชียรับอานิสงส์ AI พร้อมจับตาทองคำและบิตคอยน์คืนฟอร์ม นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) เป็น 2.5 ล้านล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้า หรือช่วงปี 2570-2572 พร้อมตั้งเป้าหมายกลับขึ้นเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมกองทุนรวมในปี 2570 โดยมุ่งขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ขณะที่ปัจจุบัน AUM ของบริษัทยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากการขยายฐานลูกค้ายังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะการลงทุนที่ทำให้ผู้ลงทุนชะลอการตัดสินใจ ประกอบกับได้รับผลกระทบจากเงินไหลออกจากกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท ตามความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าปัจจัยกดดันดังกล่าวเริ่มคลี่คลายลงแล้ว ทั้งนี้ บริษัทคาดว่า AUM สิ้นปี 2569 จะเติบโตประมาณ 1-2% จากสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.98 ล้านล้านบาท โดยข้อมูล ณ เดือนก.ย. 2569 บริษัทมี AUM รวมกว่า 2 ล้านล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 18.6% สำหรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโต SCBAM จะเพิ่มความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มผู้ฝากเงินเข้าสู่การลงทุนในกองทุนรวม พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่องทางบริการ และสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อย ลูกค้าระดับกลาง และลูกค้ารายใหญ่ โดยมีเป้าหมายขยายฐานลูกค้าสู่ระดับล้านคน และเพิ่มจำนวนลูกค้าเป็นสองเท่า ขณะเดียวกัน บริษัทจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning มาใช้สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูล ค้นหาสัญญาณการลงทุน บริหารความเสี่ยง และจัดพอร์ตลงทุน โดยยังคงให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุนภายใต้หลักธรรมาภิบาล “ปีหน้าหวังว่าจะกลับมาเป็น AUM อันดับ 1 เราจะพยายามโตในทุก ๆ Segment ของกองทุน เพื่อให้เกิดความมั่นคงหรือความสมดุล และมุ่งเป้าไปอีก 3 ปี หวัง AUM 2.5 ล้านล้านบาท โดยจำนวนลูกค้าอยากจะ Double อยู่แล้ว ถ้าขยายฐานจากลูกค้าเงินฝากมาเป็นลูกค้ากองทุนได้มากขึ้น AUM ก็น่าจะเพิ่มไปด้วย” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว ชู 3 ปัจจัยขับเคลื่อนลงทุนโลกปี’70 นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการลงทุน SCBAM กล่าวว่า แนวโน้มตลาดการเงินโลกในปี 2570 ยังคงอยู่ภายใต้การเปลี่ยนผ่านระเบียบโลก (Changing World Order) โดยมี 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ การนำ AI มาใช้สร้างมูลค่าทางธุรกิจอย่างจริงจัง (The AI Imperative), อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ทรงตัวสูงจากการแข่งขันด้านเงินทุน (Elevated Long-Term Rates) และความผันผวนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ (The Age of Turbulence) ทั้งนี้ SCBAM มองว่า AI กำลังเข้าสู่ยุค Agentic AI ซึ่งเทคโนโลยีสามารถทำงานและตัดสินใจบางส่วนได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้โอกาสลงทุนขยายจากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ไปสู่ผู้ให้บริการคลาวด์และธุรกิจรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญกับบริษัทที่สามารถเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ให้เป็นรายได้และกำไรได้จริง สำหรับกลยุทธ์จัดสรรสินทรัพย์ในปี 2570 บริษัทยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดเอเชียที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI ขณะที่ตราสารหนี้ยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552 เหมาะสำหรับการสร้างกระแสรายได้ให้พอร์ตลงทุน ส่วนทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) และการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก ขณะที่กองทุนประเภท Absolute Return และ Income Fund สามารถใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นของพอร์ตลงทุนได้ นางนันท์มนัสกล่าวอีกว่า แม้ในปี 2569 ราคาทองคำและบิตคอยน์อาจยังไม่โดดเด่น เนื่องจากแรงกดดันจากราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ แต่บริษัทมองว่าทั้งสองสินทรัพย์มีโอกาสกลับมาสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจในปี 2570 โดยเฉพาะทองคำที่ยังมีแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลางเป็นปัจจัยสนับสนุนระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดการเงินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์และกลยุทธ์ที่หลากหลายมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อพอร์ตในช่วงที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอน ปักเป้า SET ปี 70 ที่ 1,710 จุด อัพไซด์ 8% นางสาวจรัสรักษ์ วัฒนสิงหะ ผู้บริหารกลุ่มจัดการลงทุนตราสารทุน SCBAM กล่าวว่า บริษัทประเมินเป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) สิ้นปี 2569 ที่ระดับ 1,640 จุด อ้างอิงอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) 14 เท่า และคาดการณ์การเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ปีนี้ที่ 25% สำหรับปี 2570 ประเมินเป้าหมาย SET Index ที่ระดับ 1,710 จุด อ้างอิง P/E 15 เท่า คิดเป็นโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น (Upside) ประมาณ 8% พร้อมคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) จะอยู่ในระดับเกือบ 4% ทั้งนี้ มองว่าตลาดหุ้นไทยปีหน้าจะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวแบบคัดเลือก (Selective Recovery) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ และนโยบายภาครัฐ มากกว่าการปรับเพิ่มขึ้นของระดับมูลค่าหุ้น บริษัทจึงเน้นกลยุทธ์คัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพ มีโอกาสเติบโต และให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้แนวคิด Quality + Growth + Yield โดยแนะนำ 4 ธีมลงทุนสำคัญ ได้แก่ 1.AI Supply Chain & Data Center หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย 2.New CAPEX Cycle หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนใหม่ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ การประมูลโครงการ PVP และโรงไฟฟ้าตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) 3.Quality & Efficiency บริษัทจดทะเบียนที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง บริหารต้นทุนได้ดี และมีความสามารถสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง และ 4.High Dividend Yield หุ้นที่มีประวัติและนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยเน้นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 4% ขึ้นไป ปัจจุบัน SCBAM มีมูลค่ากองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทยประมาณ 130,000-150,000 ล้านบาท ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด โดยเงินลงทุนไหลเข้าส่วนใหญ่มาจากกองทุนระยะยาว ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมหุ้นระยะยาวเพื่อการออม (SSF) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างสม่ำเสมอประมาณ 3-5% ต่อปี เร่งขยายฐานลูกค้าผ่านแบงก์-ดิจิทัล นางสาวพิณแก้ว ทรายแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการตลาดและช่องทางการขาย SCBAM กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2570 จะมุ่งขยายฐานผู้ลงทุนควบคู่กับการพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและส่งเสริมการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ บริษัทกำหนดแนวทางดำเนินธุรกิจ 4 ด้าน ได้แก่ การขยายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบรวมกลุ่มสำหรับนายจ้าง, การพัฒนาพอร์ตลงทุนเฉพาะสำหรับหน่วยงานภาครัฐและผู้ลงทุนสถาบัน, การเพิ่มความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์และช่องทางดิจิทัล รวมถึงการเพิ่มทางเลือกกองทุนต่างประเทศและกองทุนดัชนี เพื่อรองรับความต้องการกระจายความเสี่ยงของผู้ลงทุน นอกจากนี้ SCBAM ยังเตรียมยกระดับบริการสำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพผ่านระบบดิจิทัลแบบบริการตนเอง เพื่อให้สมาชิกสามารถปรับนโยบายการลงทุนและเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับภาษีและการวางแผนเกษียณได้สะดวกขึ้น พร้อมนำระบบอัตโนมัติมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ธรรมาภิบาล และความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ลงทุนเป็นสำคัญ อ่านข่าวต้นฉบับ: SCBAM กางแผน 3 ปี AUM แตะ 2.5 ล้านล้าน มองหุ้นไทยปี’70 ที่ 1,710 จุด
บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ตั้งเป้าดัน AUM แตะ 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2572 หวังกลับขึ้นเป็นอันดับ 1 ในปีหน้า หลังเผชิญเงินไห






Comments