AIS ผนึก PCD-TGO เปิดตัว E-Waste Calculator Platform คำนวณ-วัดผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ ตั้งเป้าจัดการถูกต้อง 5% ในปี 2570 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผนึก กรมควบคุมมลพิษ (PCD) และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เปิดตัว E-Waste Calculator Platform แพลตฟอร์มครั้งแรกของประเทศไทย ที่นำหลักการคำนวณตามมาตรฐานสากลมาใช้วัดผลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์บนเกณฑ์เดียวกันทั่วประเทศ โดยให้องค์กรสามารถรวบรวมข้อมูล ติดตามผล และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ มุ่งสร้างมาตรฐานการวัดผลร่วมกัน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลจากการดำเนินงานของแต่ละองค์กรสู่ภาพรวมที่สามารถนำไปใช้ประกอบการรายงานด้านความยั่งยืนและสนับสนุนการวางนโยบายระดับประเทศ เพื่อวางรากฐานความร่วมมือเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นต้นแบบด้านการจัดการ E-Waste ในภูมิภาคอาเซียน E-Waste Calculator Platform คือเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนข้อมูลการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้ โดยองค์กรสามารถบันทึกประเภทและปริมาณ E-Waste ที่รวบรวมได้ เพื่อให้ระบบคำนวณปริมาณขยะและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผ่านเว็บไซต์ https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/e-waste-calculator/overview พร้อมแสดงผลในรูปแบบรายงานที่ดาวน์โหลดได้ทั้ง PDF และ Excel ช่วยให้องค์กรนำข้อมูลไปใช้ติดตามผลการดำเนินงาน วางแผนจัดการ E-Waste และประกอบการจัดทำรายงานด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังช่วยรวบรวมข้อมูลจากหลายองค์กรเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และวางแผนจัดการ E-Waste ในภาพรวมระดับประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 700,000 ตันต่อปี โดยมีสัดส่วนที่เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องไม่ถึง 1% ขณะที่โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ของ AIS มีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 280 องค์กร และจุดรับทิ้งกว่า 3,200 จุดทั่วประเทศ โดยสามารถรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์สะสมได้แล้ว 1,301,912 ชิ้น น้ำหนักรวม 288,346.74 กิโลกรัม และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เทียบเท่า 130,700 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) อย่างไรก็ตาม การจัดการ E-Waste ให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับข้อมูลที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ เพื่อให้สามารถติดตามปริมาณขยะที่เกิดขึ้นและรวบรวมได้ ตั้งแต่แหล่งที่มาและกระบวนการจัดการ ไปจนถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนา E-Waste Calculator Platform เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วน โดยผสานศักยภาพด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายของ AIS การกำหนดนโยบายและผลักดันกฎหมายกรมควบคุมมลพิษ และมาตรฐานการคำนวณด้านก๊าซเรือนกระจกของ TGO เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้การจัดการ E-Waste มีข้อมูลรองรับและสามารถวัดผลได้อย่างเป็นระบบ พร้อมต่อยอดข้อมูลจากการดำเนินงานของแต่ละองค์กรให้เกิดประโยชน์ในภาพรวม และสนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยในระยะยาว นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการยกระดับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับคืน การรวบรวม การคัดแยก ไปจนถึงการรีไซเคิลหรือกำจัดอย่างถูกต้อง โดยอยู่ระหว่างผลักดันร่างพระราชบัญญัติจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ควบคู่กับการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ผ่านกลไกความร่วมมือของภาคเอกชนโดยความสมัครใจ ซึ่งโครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ เป็นตัวอย่างสำคัญของการบูรณาการข้อมูลและศักยภาพระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมขยายความร่วมมือสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน เพื่อเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับชุมชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับกฎหมายในอนาคต ส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดมลพิษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นฐานข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายและเตรียมรองรับกฎหมายจัดการซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยไทยมี E-Waste เกิดขึ้นราว 700,000 ตันต่อปี แต่เข้าสู่ระบบจัดการอย่างถูกต้องไม่ถึง 1% นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงฯ ต้องการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยลดการบริโภคและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็น ส่วนขยะที่เกิดขึ้นแล้วต้องมีระบบจัดการปลายทางที่ถูกต้อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างผลักดันร่าง พ.ร.บ.การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะวางความรับผิดชอบตั้งแต่ผู้ผลิต การรับคืน การรวบรวม และการกำจัด แพลตฟอร์มของ AIS จะช่วยให้เห็นปริมาณขยะที่เก็บกลับมาได้ รวมถึงพื้นที่ที่ควรเพิ่มจุดรับคืน เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการออกแบบกฎหมายและระบบจัดการในอนาคต ทั้งนี้ การเพิ่มสัดส่วนจัดการอย่างถูกต้องจากไม่ถึง 1% เป็น 5% อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี นายประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนกรณีปัญหาขยะอุตสาหกรรมใน จ.ปราจีนบุรี กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จะเข้าไปสนับสนุนการติดตาม ตรวจสอบ และให้ความรู้ พร้อมพิจารณามาตรการเพิ่มเติม รวมถึงการจัดโซนนิ่งพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการนำขยะไปทิ้งโดยไม่ถูกต้อง น.ส.กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า สำหรับ AIS เชื่อว่าการสร้างโลกที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด ภารกิจคิดเผื่อ AIS จึงเดินหน้าโครงการ คนไทยไร้ E-Waste ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อส่งเสริมการคัดแยกและจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี โดยการจัดการ E-Waste ให้เกิดผลอย่างยั่งยืน ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเก็บรวบรวม แต่ต้องมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมาตรฐานการวัดผลที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม AIS จึงนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนา E-Waste Calculator Platform เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบันทึกและประเมินผลการจัดการ E-Waste ได้อย่างเป็นระบบ นำข้อมูลไปใช้ประกอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และมองเห็นผลลัพธ์จากการดำเนินงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น AIS เชื่อว่าเทคโนโลยีจะมีคุณค่าอย่างแท้จริงเมื่อช่วยเปลี่ยนความตั้งใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้เป็นการลงมือทำที่เกิดผลได้จริง นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า สาเหตุที่ E-Waste เข้าสู่ระบบจัดการอย่างถูกต้องไม่ถึง 1% ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมประชาชนที่เลือกทิ้งขยะรวมกับขยะชุมชนเพราะสะดวก ขณะที่จุดรับคืนยังมีไม่เพียงพอ อีกปัญหาคือเมื่อซาเล้งหรือผู้รับซื้อของเก่าเข้ามารับขยะ มักคัดแยกเอาเฉพาะชิ้นส่วนที่มีราคา ส่วนที่เหลือซึ่งไม่มีมูลค่าจะถูกทิ้งค้างไว้ ทำให้ขยะบางส่วนหลุดออกจากระบบจัดการที่ถูกต้อง แนวทางตามร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ร่าง พ.ร.บ. WEEE) จึงต้องเก็บซากผลิตภัณฑ์กลับมาทั้งชิ้น ก่อนส่งต่อให้คัดแยกในสถานที่และกระบวนการที่เหมาะสม นายสุรินทร์ กล่าวว่า กรมฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน E-Waste ที่จัดการถูกต้องจากไม่ถึง 1% เป็น 5% ในปีหน้า หรือปี 2570 โดยต้องขยายจุดรับคืนและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม หากมีจุดรับอยู่ใกล้บ้าน ประชาชนก็มีโอกาสนำขยะมาทิ้งมากขึ้น พร้อมพิจารณาแรงจูงใจ เช่น คูปองหรือคะแนนสะสม ทั้งนี้ แพลตฟอร์มจะช่วยจำแนกประเภทขยะ จุดรับคืน และผู้รวบรวม เพื่อให้กรมฯ มีฐานข้อมูลกลางติดตามปริมาณที่เกิดขึ้นและปริมาณที่เก็บกลับได้ ส่วนกลไกตามกฎหมายอาจใช้ระบบกองทุนหรือเงินมัดจำคืนเมื่อส่งซากผลิตภัณฑ์กลับเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบต่อขยะที่เกิดขึ้น นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การคำนวณผลลดก๊าซเรือนกระจกจาก E-Waste พิจารณาจากการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น พลาสติก อะลูมิเนียม และทองแดง รวมถึงการลดการเผาหรือทำลายซากผลิตภัณฑ์ โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จะแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์และวัสดุที่นำกลับมาใช้ สำหรับโทรศัพท์มือถือ อบก. ร่วมกับ AIS พัฒนาหลักเกณฑ์คำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกจากการนำซากกลับมารีไซเคิล ภายใต้โครงการ LESS ซึ่งอ้างอิงหลักการตามมาตรฐาน ISO นายณกรณ์ กล่าวว่า ผลการคำนวณภายใต้ LESS สามารถนำไปใช้รายงานกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกได้ แต่ยังไม่ใช่คาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการ T-VER โดย อบก. มีแผนต่อยอดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปสู่การพัฒนา Methodology สำหรับโครงการ T-VER ในอนาคต รวมถึงขยายประเภทขยะที่นำมาคำนวณให้ครอบคลุมอุปกรณ์อื่น เช่น แท็บเล็ต สายชาร์จ และแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อให้การจัดการ E-Waste สามารถวัดผลด้านสิ่งแวดล้อมได้เป็นรูปธรรม

QUOTE · 引述
AIS ผนึก PCD-TGO เปิดตัว E-Waste Calculator Platform คำนวณ-วัดผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ ตั้งเป้าจัดการถ