จากผืนผ้าแห่งการประทังชีวิต สู่มรดกหัตถศิลป์แห่งพระเมตตา “สี่ทหารเสือผ้าไหมมัดหมี่นาโพธิ์” ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นบุกเบิกสู่ทายาทคนรุ่นใหม่ พลิกโฉมผ้าไหมศิลปาชีพด้วยดีไซน์ร่วมสมัย เชื่อมโยงการวิจัย นวัตกรรม และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้าไหมศิลปาชีพสู่ตลาดสากลเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงพื้นที่ สำรวจและพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว SILK Tourism ที่เชื่อมโยงมรดกผ้าไหมและสิ่งทอพื้นถิ่นเข้ากับองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรม วิทยาศาสตร์การย้อมสีธรรมชาติ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มมูลค่าทุนวัฒนธรรมและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน โดยได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) นางประจวบ จันทร์นวล (ขวา) หนึ่งใน “4 ทหารเสือราชินีแห่งวงการผ้าไหมไทย” พร้อมด้วยเครือข่ายนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชฎาพร แนบชิด รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าครามเชิงพื้นที่ อาจารย์ ดร.ศิวธิดา ภูมิวรมุนี อาจารย์ประจำสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ดร.นวนันทน์ ศรีสุขใส นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว และ นางธนภร พูลเพิ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินวินสมาย จำกัด พร้อมคณะทำงาน โดยได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ในการลงพื้นที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ คณะวิจัยได้ศึกษาประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาผ้าไหมมัดหมี่ ผ่านเรื่องราวของ คุณยายประจวบ จันทร์นวล ปราชญ์ชาวบ้านผู้เป็นหนึ่งในกลุ่มช่างทอผ้าไหมมัดหมี่รุ่นบุกเบิก หรือที่รู้จักในนาม “สี่ทหารเสือผ้าไหมมัดหมี่” ซึ่งสะท้อนความผูกพันระหว่างชุมชนกับพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรผ่านงานศิลปาชีพ คุณแสงเดือน จันทร์นวล ทายาทของคุณยายประจวบ และเจ้าของแบรนด์ “ผ้าตุ้มทอง” “ผ้าไหมมัดหมี่” จากทรัพย์สินชิ้นสุดท้าย สู่รากฐานอาชีพของชุมชน เรื่องราวของผ้าไหมนาโพธิ์ย้อนกลับไปในช่วงที่ชาวบ้านต้องเผชิญความแห้งแล้งและความยากลำบากต่อเนื่องหลายปี จนผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอไว้ใช้ในครัวเรือนกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับนำไปแลกเปลี่ยนเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิต ต่อมา การส่งเสริมการรับซื้อผ้าไหมจากชาวบ้านผ่านการดำเนินงานของท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ตามพระราชดำริ ได้เปิดโอกาสให้ภูมิปัญญาการทอผ้าของชุมชนกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ในวัยเพียง 16 ปี คุณยายประจวบได้รวบรวมผ้าไหมมัดหมี่จากคนในหมู่บ้าน เดินทางจากภาคอีสานเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำผ้าไหมไปส่งถึงราชสำนักด้วยตนเอง เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของช่างทอรุ่นแรกที่ต้องการให้ผลงานของชุมชนเป็นที่รู้จักและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่การส่งเสริมศิลปาชีพจะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจฐานรากของชาวนาโพธิ์ มรดกสำคัญของผ้าไหมมัดหมี่นาโพธิ์อยู่ที่ความประณีตของลวดลายและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะ “ลายขอหลง” ซึ่งมีลักษณะเส้นสายคดเคี้ยวซับซ้อน ต้องอาศัยสมาธิและความชำนาญในการมัดหมี่ ขณะที่ลายดั้งเดิมอย่าง “หมี่กระจับ” ยังเป็นรากฐานให้ช่างทอสร้างสรรค์ลวดลายใหม่จากธรรมชาติ เช่น ลายรวงข้าวและลายกอตะไคร้ ตลอดจน “ผ้าซิ่นตีนแดง” ที่มีเอกลักษณ์จากการใช้ผ้าสีแดงบริเวณหัวซิ่นและตีนซิ่น สะท้อนรากเหง้าทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น และได้รับการส่งเสริมให้เป็นผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ อีกหนึ่งคุณค่าที่โดดเด่นคือภูมิปัญญาการย้อมสีจากธรรมชาติ ซึ่งนำพืชพรรณในท้องถิ่นมาใช้สร้างเฉดสีบนผืนผ้า อาทิ ใบมะม่วง ดอกจาน ลูกมะเกลือ และเปลือกต้นฝาง องค์ความรู้เหล่านี้ไม่เพียงแสดงถึงทักษะของช่างทอ แต่ยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่การเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้ ตลอดเส้นทางชีวิต คุณยายประจวบได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการฟอกไหม การย้อมสี และการมัดหมี่แก่ชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมสะสมรางวัลและการยกย่องจากการทำงานด้านหัตถศิลป์ แม้ปัจจุบันจะมีอายุมากกว่า 80 ปี แต่ความทรงจำเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณและความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของชุมชนยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังสืบสานงานทอผ้าไหมมัดหมี่ต่อไป จาก “สี่ทหารเสือ” สู่ทายาทรุ่นใหม่ พลิกผ้าไหมศิลปาชีพสู่แฟชั่นร่วมสมัย อีกมิติสำคัญของการลงพื้นที่ คือการศึกษาการสืบทอดภูมิปัญญาจากช่างทอรุ่นบุกเบิกสู่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผ่านแนวทางของ คุณแสงเดือน จันทร์นวล ทายาทของคุณยายประจวบ และเจ้าของแบรนด์ “ผ้าตุ้มทอง” ซึ่งนำองค์ความรู้ดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยยังคงรักษากระบวนการผลิตด้วยมือและการมีส่วนร่วมของแรงงานในชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ การเปลี่ยนผ่านจากการผลิตผ้าไหมแบบดั้งเดิมมาสู่ตลาดร่วมสมัยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้บริโภคบางกลุ่มยังมองว่าผ้าไหมมีสีสันจัดจ้าน สวมใส่ยาก และเหมาะกับผู้สูงอายุเป็นหลัก คุณแสงเดือนจึงศึกษารสนิยมและแนวโน้มแฟชั่น เพื่อนำมาปรับโทนสีให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ทั้งสีพาสเทล สีเทา สีหม่น และสีเอิร์ธโทน พร้อมพัฒนาโครงสร้างลวดลายและการไล่เฉดสีให้มีมิติแบบงานกราฟิก โดยยังคงเทคนิคการมัดหมี่ การย้อมทับ และการทอด้วยมือ นอกจากนี้ ยังนำเส้นไหมเปลือกนอกที่เดิมมีข้อจำกัดด้านการใช้งานมาต่อยอดเป็นผ้าที่มีพื้นผิวสัมผัสเป็นเอกลักษณ์ น้ำหนักเบา และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ช่วยขยายรูปแบบการใช้ผ้าไหมจากเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมไปสู่เสื้อแจ็กเก็ต เสื้อผ้าลำลอง ผ้าพันคอ และผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมสมัย ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายช่วงวัย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยังเชื่อมโยงกับการขยายช่องทางจำหน่ายและการสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสคุณค่าของผ้าไหมโดยตรง ผ่านการจัดแสดงสินค้าและช่องทางจำหน่ายในแหล่งการค้าสำคัญ รวมถึงการเปิดพื้นที่เรียนรู้ ณ บ้านนาโพธิ์ เพื่อรองรับคณะศึกษาดูงานและนักท่องเที่ยวที่สนใจภูมิปัญญาการทอผ้า การย้อมสี และกระบวนการสร้างสรรค์สิ่งทอพื้นถิ่น งานวิจัยเชื่อมมรดกวัฒนธรรม สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว และโอกาสทางเศรษฐกิจ กรณีของศูนย์ศิลปาชีพบ้านนาโพธิ์สะท้อนให้เห็นว่า การอนุรักษ์มรดกผ้าไหมไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่เพียงการรักษารูปแบบดั้งเดิม แต่สามารถเดินหน้าควบคู่กับการออกแบบนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างตลาดใหม่ โดยยังรักษาอัตลักษณ์และกระบวนการผลิตที่สืบทอดจากบรรพบุรุษไว้ได้ การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตภายใต้โครงการวิจัยนี้ จึงมุ่งนำองค์ความรู้จากพื้นที่มาต่อยอดเป็นแนวทางพัฒนาเส้นทาง SILK Tourism ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้า พบปะปราชญ์ชาวบ้าน ทดลองสัมผัสกระบวนการหัตถศิลป์ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนโดยตรง พร้อมเชื่อมโยงการสื่อสารและการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างขึ้น จากตำนาน “สี่ทหารเสือผ้าไหมมัดหมี่” สู่การสร้างสรรค์ผ้าไหมของทายาทรุ่นใหม่ บ้านนาโพธิ์จึงเป็นตัวอย่างของมรดกภูมิปัญญาที่มีชีวิต ซึ่งสืบทอดคุณค่าทางประวัติศาสตร์และพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมปรับตัวให้เข้ากับโลกสมัยใหม่ เพื่อให้ผืนผ้าไหมไม่ได้เป็นเพียงงานหัตถศิลป์อันงดงาม แต่เป็นพลังขับเคลื่อนอาชีพ รายได้ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนอย่างยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้าไหมศิลปาชีพสู่ตลาดสากลเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เลขานุการโครงการ: ดร.นวนันทน์ ศรีสุขใส โทรศัพท์ 080-228-2290 / 02-244-5972 เว็บไซต์ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต: Home เว็บไซต์ “สืบสายใย มรดกไหมไทย” โครงการวิจัย “ตามรอยเส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง”: Home
จากผืนผ้าแห่งการประทังชีวิต สู่มรดกหัตถศิลป์แห่งพระเมตตา “สี่ทหารเสือผ้าไหมมัดหมี่นาโพธิ์” ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นบุกเบิ



Comentarios