พณ. เร่งเอสเอ็มอี ใช้เอฟทีเอ สร้างแต้มต่อการค้า โชว์ 8 เดือนยอดแตะ 2.12 ล้านล้าน เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในเดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 รวม 63,044.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.65% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 80.28% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA โดย อันดับหนึ่ง เป็นการส่งออกไปยังอาเซียนภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) มูลค่า 20,985.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 66.41% อันดับสอง เป็นการใช้สิทธิฯ ภายใต้ความตกลงอาเซียน–จีน (ACFTA) มูลค่า 18,917.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 94.24% อันดับสาม ความตกลงอาเซียน–อินเดีย (AIFTA) มูลค่า 7,295.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 77.83% อันดับสี่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) มูลค่า 5,132.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 84.63% และ อันดับห้า ความตกลงไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) มูลค่า 4,244.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 60.70% สำหรับสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ในเดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ได้แก่ (1) ทุเรียนสด (2) ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ (3) ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ (4) เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ และ (5) เศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มสินค้า พบว่า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ทุเรียนสด (2) ไก่ที่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสียอื่น ๆ (3) น้ำตาลที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ (4) ชิ้นเนื้อและส่วนอื่นของไก่ แช่เย็นจนแข็ง (5) ฝรั่ง มะม่วง และมังคุดมูลค่ารวม 17,405.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 27.61% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ (2) ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ (3) เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ (4) เศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง (5) เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ มูลค่ารวม 45,639.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 72.39% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด นางอารดา กล่าวว่า ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนกฎระเบียบและมาตรฐานใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น กรมพร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการให้ข้อมูลด้านสิทธิประโยชน์และกฎระเบียบทางการค้าที่ถูกต้อง และนำไปใช้ได้จริง ควบคู่กับการพัฒนาระบบดิจิทัลและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อลดขั้นตอนและต้นทุน รวมถึงการให้คำปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยง และเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก “ปีงบประมาณ 2569 กรมได้ผลักดันการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ ‘FTA GO! ขับเคลื่อนการค้า เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย’ โดยจัดกิจกรรม 12 ครั้ง ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,400 ราย มุ่งเสริมความรู้ด้านสิทธิประโยชน์ทางการค้าและกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ควบคู่กับการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมต่อยอดจากการสร้างความรู้สู่การเปิดตลาดจริงผ่านโครงการ ‘Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA’ โดยนำผู้ประกอบการ SMEs ไทยไปสำรวจตลาด เจรจาธุรกิจ และสร้างเครือข่ายกับผู้นำเข้าฝในสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย สำหรับปีงบประมาณ 2570 กรมฯ จะเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2569 มีกำหนดจัดกิจกรรมในจังหวัดนครศรีธรรมราช เชียงใหม่ และหนองคาย เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ และคำปรึกษาที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมนำ FTA มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างแต้มต่อและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ
พณ. เร่งเอสเอ็มอี ใช้เอฟทีเอ สร้างแต้มต่อการค้า โชว์ 8 เดือนยอดแตะ 2.12 ล้านล้าน เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นางอารดา เฟื่อง



Comentarios