เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตราชเทวี นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ ประจำปี 2569 ในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี 2569 ครบรอบ 23 ปี แก่นักดับเพลิงผู้ปฏิบัติงานดีเด่นในภารกิจต่างๆ รวมจำนวน 199 ราย และ 1 สถานีดับเพลิงและกู้ภัย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน พร้อมด้วย พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมพิธี ซึ่งปัจจุบัน สปภ. มีสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหลัก 44 แห่ง สถานีดับเพลิงและกู้ภัยย่อย 6 แห่ง และสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทางน้ำอีก 2 แห่ง พร้อมด้วยนักดับเพลิงและกู้ภัยกว่า 1,800 นาย ที่ไม่เพียงแต่ปฏิบัติภารกิจระงับเหตุเพลิงไหม้เท่านั้น แต่ยังมีทีมปฏิบัติการพิเศษที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งทีมตอบโต้สารเคมีและวัตถุอันตราย, ทีมกู้ภัยในที่สูงและที่อับอากาศ, ทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง, ทีมกู้ภัยทางน้ำ, ทีมอากาศยานไร้คนขับ, ทีมกู้ภัยบนท้องถนน และทีม E.M.S. ซึ่งได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยช่วงเช้าได้มีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ศาลพระภูมิ ศาลตายาย ศาลพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และอนุสาวรีย์บรรพบุรุษวีรชนนักดับเพลิง รวมถึงพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ ‘ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น’ ประจำปี 2569 อาทิ ภารกิจกู้ภัยเหตุรถไฟชนรถโดยสารบริเวณแยกมักกะสัน, ภารกิจกู้ภัยเหตุถนนสามเสนทรุด, ภารกิจกู้ภัยเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์, ภารกิจกู้ภัยเหตุเพลิงไหม้บริเวณคลองถมเซ็นเตอร์, การร่วมแข่งขันกีฬาดับเพลิงและกู้ภัย ณ ประเทศสิงคโปร์ รวมถึงผู้ริเริ่มนวัตกรรมหัวฉีดพ่นฝอยพร้อมเจาะทำลาย และผู้มีจิตอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือภารกิจปกติ นางสาวทวิดา กล่าวว่า มั่นใจว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครเรียกชื่อสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผิดแล้ว เราต้องช่วยกันรักษาระบบ กลไก และความทุ่มเทที่พาเราก้าวมาถึงจุดนี้ได้ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ถือเป็นการก้าวกระโดดอย่างมาก ยามเมื่อเกิดภัยและต้องปฏิบัติงาน เราคือหนึ่งเดียวกันเสมอ หน้างานแม้บางครั้งจะมีความกดดัน แต่อย่าได้โกรธกัน เพราะงานของเราต้องแข่งกับความเร็วและความแม่นยำ งานมีความยากลำบาก จึงต้องคอยดูแลซึ่งกันและกัน “ขอให้เชื่อมั่นว่างานของเราไม่มีคำว่า ‘ลูกทุ่ง’ แต่สิ่งสำคัญคือระบบและข้อมูลที่แม่นยำ ขอให้บุคลากรทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เนื่องจากภารกิจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีความเสี่ยงสูง และ กทม.ไม่ต้องการสูญเสียบุคลากรไปแม้แต่คนเดียว และนอกจากงานเผชิญเหตุฉุกเฉินแล้วอยากให้เจ้าหน้าที่เปิดมุมมองการทำงานเชิงรุก มองไปข้างหน้าและเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและความเปราะบางของพื้นที่ เพื่อให้เราสามารถป้องกันและรับมือได้อย่างทันท่วงที และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราจะร่วมกันทำให้เมืองนี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นได้” นางสาวทวิดา กล่าว ทั้งนี้ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ได้รับการโอนภารกิจตามมติคณะรัฐมนตรีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาสังกัดกรุงเทพมหานคร จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 23 ปีแล้ว โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติภารกิจป้องกัน ระงับอัคคีภัย และช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบสาธารณภัยร่วมกับภาคีเครือข่าย อาสาสมัคร และมูลนิธิฯ ตลอด 24 ชั่วโมง ปีละมากกว่า 50,000 เหตุ รวมถึงการสนับสนุนภารกิจในระดับปริมณฑล ต่างจังหวัด และต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตราชเทวี นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เ



Commentaires