บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน พัฒนากะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ ได้แก่ แก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04 ผ่านการวิจัยต่อเนื่องกว่า 10 ปี ก่อนได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองในปี 2567 เพื่อพัฒนาวัตถุดิบให้เหมาะกับการผลิตอาหารพร้อมรับประทานและรองรับการผลิตระดับอุตสาหกรรม นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชเป็นการลงทุนเพื่อสร้างขีดความสามารถระยะยาว ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและเตรียมความพร้อมให้ภาคเกษตรรับมือกับความเปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมโยงงานวิจัย เกษตรกร และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่งการพัฒนากะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ เป็นไปตามมาตรฐาน ยกระดับศักยภาพภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยคำนึงถึง ความปลอดภัย: ตรวจสอบดิน น้ำ สารตกค้าง และแหล่งเพาะปลูก การยกระดับวัตถุดิบเริ่มจากระบบจัดหาที่สามารถตรวจสอบแหล่งเพาะปลูก คุณภาพดินและน้ำ รวมถึงสารตกค้าง พร้อมตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่แปลงปลูกถึงโรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์อาหารทั้งในประเทศและตลาดส่งออก ซีพีแรมพัฒนาระบบเพาะปลูกผ่านแปลงต้นแบบและเครือข่ายเกษตรกรคู่ชีวิต สนับสนุนความรู้ด้านสายพันธุ์ เทคนิคการปลูก และการจัดการแปลง พร้อมระบบรับซื้อผลผลิต ช่วยให้เกษตรกรมีตลาดรองรับ ขณะที่บริษัทสามารถวางแผนจัดหาวัตถุดิบได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งแวดล้อม: ส่งเสริมพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ การจัดหาวัตถุดิบต้องให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่เกษตรอย่างเหมาะสม ไม่บุกรุกป่า และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและการใช้พื้นที่ ข้อมูลจากแปลงเครือข่ายเกษตรกรพบว่า กะเพราสายพันธุ์ใหม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 20 ครั้งก่อนรื้อแปลง เทียบกับรูปแบบเดิมประมาณ 8–9 ครั้ง ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลผลิตต่อรอบการเพาะปลูก ทั้งนี้ ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นยังขึ้นอยู่กับการจัดการแปลงและวิธีเพาะปลูกควบคู่กันด้วย คุณภาพสม่ำเสมอ: รักษากลิ่น รสชาติ ความสด และมาตรฐานวัตถุดิบ กะเพราแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะ ทั้งกลิ่น รสชาติ ขนาดใบ และการคงสภาพเมื่อผ่านความร้อน การพัฒนากะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่จึงมุ่งให้ได้วัตถุดิบที่เหมาะกับกระบวนการผลิตอาหารพร้อมรับประทาน และรักษาคุณภาพให้คงเดิม สม่ำเสมอในทุกผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ใกล้โรงงานยังช่วยลดเวลาขนส่งและรักษาความสด ขณะที่ความรู้จากการลงพื้นที่และประสบการณ์ของเกษตรกรสามารถนำกลับมาปรับปรุงการเพาะปลูก เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและปริมาณเหมาะสมกับการผลิต นายวิเศษกล่าวว่า กะเพรา 4 สายพันธุ์นี้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารของบริษัท ไม่ได้มุ่งจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าในตลาดทั่วไป โดยประเทศไทยมีกะเพราพื้นเมืองและสายพันธุ์ต่าง ๆ มากกว่า 300 สายพันธุ์ การพัฒนาพันธุ์ใหม่จึงเป็นการเพิ่มทางเลือก ไม่ได้ทำให้พันธุ์ดั้งเดิมหายไป การลงทุนวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชเป็นการสร้างขีดความสามารถในระยะยาว โดยบริษัทมุ่งนำองค์ความรู้และความสามารถของนักวิจัยไทยมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค เกษตรกร และประเทศ พร้อมสนับสนุนการยกระดับศักยภาพภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไทย ทั้งนี้ กะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ไม่ใช่กฎหมาย UPOV 1991 โดยคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่จดทะเบียน กะเพราพื้นเมืองและสายพันธุ์อื่นที่มีอยู่เดิมยังปลูกและจำหน่ายได้ตามปกติ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน พัฒนากะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ ได้แก่ แก้วจุรี 01, 02,



Commentaires