ทุกข์ชาวบ้านบางกระเจ็ด ผวาน้ำพิษบุกมาถึง สัมผัสแล้วคัน ทำไม่มีน้ำอาบ ผวาน้ำพิษจากปราจีนฯ บุกมาถึง หลังสัมผัสแล้วคันไม่มีน้ำอาบทุกข์ชาวบ้านบางกระเจ็ด คนริมชายแดนใกล้เขตรอยต่อจังหวัด หลังมวลน้ำจากตอนบนไหลลงมาท่วมขังแช่อยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนานนับเดือน ก่อนเปลี่ยนเป็นสีดำข้นเน่าเสีย ระบุทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน วันที่ 30 ตุลาคม นายประสิทธิ์ ลบยุทธ อายุ 73 ปี ชาว ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวเปิดเผย ว่า หลังน้ำท่วมในพื้นที่มานานกว่า 1 เดือน และปัจจุบันได้เปลี่ยนกลายมาเป็นสีดำอย่างเข้มข้นขึ้นไปในทุกขณะ และยังส่งกลิ่นเน่าเสีย ทำให้ในเวลานี้ไม่มีน้ำจะอาบ เพราะระบบประปาหมู่บ้านยังจมอยู่ที่ใต้น้ำที่มีสีดำสนิท จนชาวบ้านไม่กล้าที่จะลงไปสัมผัส หรือต่อท่อนำน้ำขึ้นมาใช้ นายประสิทธิ์ กล่าวว่า โดยเมื่อสัมผัสถูกผิวหนังแล้วทำให้รู้สึกระคายเคืองที่ผิวหนัง จากอาการคันที่เกิดขึ้น โดยยังไม่มีใครทราบว่าเป็นมวลน้ำที่มาจากขยะพิษหรือกากอุตสาหกรรมจากแหล่งต้นน้ำใน จ.ปราจีนบุรี หรือไม่ เนื่องจาก ต.บางกระเจ็ด แห่งนี้เป็นพื้นที่ติดกันกับ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และน้ำจากทางปราจีนยังได้ไหลลงเข้ามาท่วมอยู่ตลอดเวลานานนับเดือนแล้ว จากช่วงก่อนหน้าระดับสูงถึงเกือบ 2 เมตร สูงจนเกือบถึงแผ่นกระดานพื้นบ้านที่ยกสูงถึง 2 ชั้น ขาดอีกเพียงแค่ 15 ซม.จนแทบจะอยู่กันไม่ได้หากมีรถขับผ่านมาบนถนน แม้ปัจจุบันระดับน้ำจะลดลงไปแล้ว แต่น้ำในแม่น้ำบางปะกงก็ยังดันขึ้นสูงและไหลเข้ามาเติมให้อยู่เป็นระยะ คาดว่าอีก 20 วันก็อาจจะยังไม่ลดแห้งลงไป ชาวบ้านจะสูบระบายออกไปจากบริเวณบ้านก็ยังทำไม่ได้ ขณะที่น้ำใน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ติดกันยังคงมีน้ำท่วมสูงอยู่เต็มพื้นที่ ความเดือดร้อนในเวลานี้ คือ เรื่องน้ำกินน้ำใช้ และน้ำอาบ ที่ยังใช้น้ำประปาไม่ได้ จึงต้องซื้อน้ำขวดแบบถังใหญ่มาใช้ชำระล้างอาบกันในเวลานี้ นายประสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับการประกอบอาชีพปลูกผักขายนั้น ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพราะพื้นที่ยังถูกน้ำท่วม ส่วนความเสียหายนั้นขณะนี้ยังไม่ได้รวบรวมและยังนึกไม่ออกว่ามีอะไรลอยหายไปกับน้ำบ้าง เพราะน้ำไหลเข้ามาเร็วและแรง จึงอยากบอกไปถึงยังรัฐบาลว่า ขอให้ดูแลประชาชนให้ทั่วถึงเหมือนกันทั้งหมดอย่าให้มีใครตกหล่น ส่วนเงินเยียวยาช่วยเหลือน้ำท่วมนั้น ยังไม่ทราบว่าได้รับหรือยัง เพราะตนไม่มีโทรศัพท์มือถือและยังไม่ได้มีเวลาเดินทางไปตรวจสอบจากทางธนาคาร แต่มีเพื่อนบ้านที่เดินทางไปลงทะเบียนด้วยกันเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.69 นั้นได้รับมาแล้ว ส่วนด้านนางสมพร ศิริสวัสดิ์ อายุ 67 ปี ชาว ต.บางกระเจ็ด ซึ่งอยู่บนพื้นที่สูงกว่ากล่าวว่า ขณะนี้น้ำที่เคยท่วมขังในบ้านในระดับหัวเข่าได้แห้งลงไปแล้ว แต่ได้มีทรัพย์สินเสียหายลอยไปกับน้ำที่ยังสำรวจไม่ครบ โดยยังอยู่ระหว่างการทำความสะอาดเช็ดถูตัวบ้านหลังน้ำลด เนื่องจากในขณะน้ำไหลท่วมได้นำพาขี้เลนปนเข้ามาในบ้านเป็นจำนวนมากด้วย และยังทำให้เกิดมีอาการคันตามผิวหนังโดยเฉพาะตามง่ามนิ้วและใต้ฝ่าเท้า ลักษณะเป็นรอยคันบวมแดงกัดเข้าไปในเนื้อใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่น้ำใกล้จะแห้งลงนั้น น้ำเน่าและดำมีความเข้มข้นมากจึงกัดเท้าจนเป็นแผล จึงได้ทายาจากผู้ที่นำเอามาบริจาคให้ และจากทาง อบต.และผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ได้นำเอามาแจกจ่าย อาการคันจึงทุเลาลงมาจนใกล้จะหายแล้ว แต่ก็ยังมีรอยแผลบวมแดงอยู่บ้างเพียงเล็กน้อย เพราะน้ำได้แห้งลงไปจากบริเวณพื้นบ้านเมื่อประมาณ 10 วันแล้ว โดยยังคงเหลือที่ตามพื้นโดยรอบบ้านยังแฉะอยู่บ้าง และยังคงเป็นน้ำสีดำข้นอย่างเห็นได้ชัด ในปีนี้ถือว่าน้ำท่วมหนักมากยิ่งกว่าทุกครั้ง เพราะเขื่อนเต็มกันหมดทุกแห่งจึงปล่อยน้ำลงมากันจากทุกที่ ทำให้กุ้งปลาลอยขึ้นมาอยู่บนถนนที่มีน้ำไหลผ่าน บ่าข้ามถนนมาเสมือนกับเป็นน้ำตก และกระแสน้ำไหลยังแรงมากด้วย ครั้งแรกอยากจะลงไปเล่นแบบเดียวกับน้ำตก แต่ก็คงไม่ดีเพราะน้ำที่ไหลผ่านข้ามมามันไม่ใช่น้ำที่มีสีใส แต่กลับกลายเป็นน้ำที่มีสีดำข้น จนกลายเป็นน้ำตกสีดำหรือสีเหลืองปนดำ
ทุกข์ชาวบ้านบางกระเจ็ด ผวาน้ำพิษบุกมาถึง สัมผัสแล้วคัน ทำไม่มีน้ำอาบ ผวาน้ำพิษจากปราจีนฯ บุกมาถึง หลังสัมผัสแล้วคันไม่มี







Commentaires