รองนายกฯ ทรงศักดิ์ มอบอุปกรณ์กีฬาหนุน PMYC ชู 4 นโยบายพัฒนากีฬาไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบนโยบายการพัฒนาสนามกีฬาในส่วนภูมิภาค และมอบอุปกรณ์กีฬาเพื่อสนับสนุนการจัดการแข่งขันโครงการ Prime Minister’s Youth Cup ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่ จ.อุดรธานี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากีฬาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสามารถเข้าถึงการกีฬาได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวดำเนินการภายใต้การนำของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และความร่วมมือของ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการการทำงานเพื่อยกระดับการพัฒนากีฬาไทยอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขยายโอกาสทางกีฬาให้แก่ประชาชนทุกพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาระสำคัญของการพัฒนากีฬาว่า การสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาและการปรับปรุงสนามกีฬา ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาสิ่งก่อสร้างหรือจัดซื้ออุปกรณ์เท่านั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยตั้งแต่ระดับฐานราก เพราะเมื่อประชาชนมีสนามกีฬาที่ได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์กีฬาที่เหมาะสม และมีเวทีให้แสดงความสามารถ ย่อมเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสุขภาพ การสร้างนักกีฬาที่มีศักยภาพ ตลอดจนการต่อยอดกีฬาไปสู่อาชีพและการสร้างรายได้ในอนาคต นอกจากนี้ กีฬาไม่ได้มีบทบาทเพียงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดยความสำเร็จของนักกีฬาทีมชาติสามารถสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ครอบครัว ขณะเดียวกัน การจัดการแข่งขันกีฬายังสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว สร้างการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอย กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับแนวทางการดำเนินงาน ได้มอบนโยบายสำคัญ 4 ประการ ประกอบด้วย ประการที่ 1 การสร้างโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้แสดงศักยภาพ เร่งขับเคลื่อนการแข่งขัน Prime Minister’s Youth Cup ให้เป็นเวทีที่เปิดกว้างและเข้าถึงเยาวชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลและวอลเลย์บอล เพื่อค้นหาและพัฒนานักกีฬาที่มีความสามารถตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะ ระเบียบวินัย และก้าวสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต ทั้งนี้ ความสำเร็จของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยที่สามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์เอเชีย และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การสร้างพื้นฐาน การฝึกฝนทักษะ ไปจนถึงการยกระดับศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งเป็นแนวทางที่โครงการ Prime Minister’s Youth Cup มุ่งส่งเสริม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถจากทั่วประเทศได้รับการพัฒนา และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของวงการกีฬาไทยในอนาคต ประการที่ 2 การกระจายอุปกรณ์กีฬาอย่างทั่วถึง สนับสนุนอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับวัยและความต้องการของแต่ละพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถฝึกฝนทักษะได้อย่างต่อเนื่อง ลดข้อจำกัดด้านโอกาส และส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงกิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกาย ประการที่ 3 การพัฒนาและปรับปรุงสนามกีฬาในส่วนภูมิภาค ให้มีการสำรวจสนามกีฬาทั่วประเทศ จัดลำดับความจำเป็นในการปรับปรุง โดยคำนึงถึงความปลอดภัย มาตรฐานการใช้งาน และความคุ้มค่าของงบประมาณ พร้อมพิจารณาแนวทางระดมทุนเพิ่มเติมผ่านการออกสลากการกุศล เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนการพัฒนาสนามกีฬาในพื้นที่ต่าง ๆ ลดข้อจำกัดจากการพึ่งพางบประมาณแผ่นดินเพียงช่องทางเดียว ทั้งนี้ การพัฒนาสนามกีฬาไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อรองรับการฝึกซ้อมหรือการแข่งขัน แต่ยังเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ การพัฒนานักกีฬา และการรองรับการแข่งขันระดับจังหวัด ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง ประการที่ 4 การใช้กีฬาเป็นพลังสร้างความสุขและความสามัคคีในสังคม ส่งเสริมกิจกรรมกีฬาในชุมชน รวมถึงพื้นที่เปราะบางและพื้นที่ชายแดน โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้างมิตรภาพ ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพื่อให้กีฬาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคมไทย รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 4 ประการ จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา สมาคมกีฬา และชุมชน โดยกำหนดเป้าหมายและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมบริหารงบประมาณด้วยความโปร่งใส คุ้มค่า และมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จของนักกีฬาไทยจากการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 และเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับเงินรางวัลสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมกว่า 360 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่ากีฬาสามารถพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่นักกีฬาและครอบครัว ควบคู่กับการสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศ สาระสำคัญของนโยบายครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนสนามกีฬาที่ได้รับการปรับปรุง หรือจำนวนอุปกรณ์กีฬาที่ได้รับการสนับสนุนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนด้านกีฬาได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่การมีสุขภาพที่ดี การค้นพบและพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนและระดับประเทศ การดำเนินงานตามนโยบายทั้ง 4 ประการจึงมีเป้าหมายเพื่อวางรากฐานการพัฒนากีฬาไทยอย่างยั่งยืน โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้การลงทุนด้านกีฬาสามารถสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนและประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
รองนายกฯ ทรงศักดิ์ มอบอุปกรณ์กีฬาหนุน PMYC ชู 4 นโยบายพัฒนากีฬาไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมก



Commentaires