ย้อนอ่านคำแถลงต่อศาล ‘บอย พงศธรณ์’ จำเลยที่ 5 คดี ม.112 ปราศรัยชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB เผยน้อมรับคำพิพากษา หวังนักโทษทางความคิดได้ปล่อยตัวเร็ววัน ยันการแสดงออกทางการเมืองปัดมุ่งสร้างความเกลียดชัง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากศาลอาญาพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำ อ.403/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ฟ้องนายอานนท์ นำภา อาชีพทนายความแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม, นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ (หลบหนี), นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก (หลบหนี), น.ส.วรรณวลี หรือตี้ ธรรมสัตยา, นายพงศธรณ์ หรือบอย ตันเจริญ, นายพรหมศร หรือฟ้าวีระธรรมจารี และนายณวรรษ หรือแอมป์ เลี้ยงวัฒนา ร่วมกันเป็นจำเลย 1-7 ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตาม ม.112 เนื่องจากการปราศรัยในการชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่แขวง-เขตจตุจักร กทม. (#25พฤศจิกาไปSCB) เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปสถาบัน โดยแกนนำผู้ชุมนุมสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยขับไล่รัฐบาล ดูหมิ่นใส่ร้ายสถาบัน ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1, จำเลยที่ 4, 5, 6, 7 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้จำคุกจำเลยที่ 1, 4, 5, 6, 7 คนละ 4 ปี คำเบิกความพวกจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้งห้าไว้คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นประกันพงศธรณ์และวรรณวลี ซึ่งไม่ได้ถูกคุมขังก่อนหน้านี้ เมื่อตรวจสอบไปที่เฟซบุ๊กของจำเลยพบว่า นายพงศธรณ์ ตันเจริญ หรือบอย โพสต์ข้อความที่ระบุคำแถลงต่อศาลก่อนฟังคำพิพากษา ดังนี้ ข้าพเจ้า พงศธรณ์ ตันเจริญ จำเลยที่ 5 ขอเรียนต่อคณะผู้พิพากษาก่อนที่จะมีการอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ ในฐานะผู้ที่ออกมายืนหยัดต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของสังคม ข้าพเจ้าขอใช้โอกาสนี้เพื่อแถลงจุดยืนทางความเชื่อที่ยึดถือเสมอมา ช่วงเวลาของชีวิตข้าพเจ้าที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเติบโตในความเชื่อคาทอลิก ซึ่งพระคัมภีร์ได้สอน และปลุกให้ข้าพเจ้าออกมาทำงานเพื่อรับใช้ผู้อื่น พร้อมกับการแสวงหาความยุติธรรม การยืนหยัดเพื่อความจริง และการเป็นปากเป็นเสียงให้แก่ผู้ไร้ปากเสียงในสังคม ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงไม่อาจใช้ชีวิตนิ่งเฉยปัญหาในประเทศนี้ได้ และนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้วก็กลายเป็นการฟ้องร้องในคดีนี้ อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าอยากนำเรียนว่า การแสดงออกทางการเมืองของข้าพเจ้านั้นไม่ได้เกิดจากจิตใจที่มุ่งสร้างความเกลียดชัง หากแต่เกิดจากจิตสำนึกทางศีลธรรมและความเชื่อมั่นว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องเกิดขึ้นบนรากฐานของความยุติธรรม การสร้างความยุติธรรมในฐานะคริสตชนคาทอลิกถือเป็นพันธกิจทางศีลธรรมที่สำคัญ ดังคำอวยพรที่พระเยซูเจ้าได้ประทานแก่สาวก และประชาชนที่มาฟังบทเทศน์บนภูเขาว่า ‘ผู้หิวกระหายความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะอิ่ม’ คุณลักษณะนี้ถือเป็นหนึ่งในบุญลาภ 8 ประการ อันเป็นความสุขที่แท้จริงสำหรับคริสตชน ข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า การต่อสู้เรียกร้องให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรม เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระเจ้า หากผู้ถือครองอำนาจรัฐใช้กลไกของรัฐ และกฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อลิดรอนสิทธิ เสรีภาพของประชาชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การนิ่งเฉยต่อความไม่เป็นธรรมนั้นย่อมเป็นการทรยศต่อจิตสำนึกแห่งความเชื่อของข้าพเจ้าเอง ศาลที่เคารพ ข้าพเจ้ายอมรับกระบวนการยุติธรรม และพร้อมที่จะรับฟังคำตัดสินของศาลในวันนี้ แต่ข้าพเจ้าขอกล่าวทิ้งท้ายในห้องพิจารณาคดีแห่งนี้เอาไว้ว่า ‘คำตัดสินทางกฎหมายอาจกำหนดพันธนาการทางกายภาพของข้าพเจ้าได้ แต่ไม่อาจพันธนาการความจริงที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่ข้าพเจ้าได้’ ไม่ว่าผลคำพิพากษาในวันนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าขอฝากชีวิตไว้ในพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้พิพากษาที่เที่ยงธรรมสูงสุด และข้าพเจ้าจะยังคงสวดภาวนาวอนขอให้สังคมไทยกลับมามีสันติสุขอีกครั้ง ขอให้บรรดานักโทษทางความคิดที่ถูกคุมขังได้รับการปล่อยตัวในเร็ววัน ขอให้เกิดความยุติธรรมบังเกิดขึ้นในสังคมไทย ด้วยความรัก และการรับใช้ ออสการ์ โรเมโร พงศธรณ์ ตันเจริญ 30 ตุลาคม 2569
ย้อนอ่านคำแถลงต่อศาล ‘บอย พงศธรณ์’ จำเลยที่ 5 คดี ม.112 ปราศรัยชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB เผยน้อมรับคำพิพากษา หว







Commentaires