ปชน. แฉรัฐบาลทหารเมียนมา รีดภาษีแรงงาน มีเก็บส่วยคิวผีด้วย จี้ก.แรงงานหามาตรการแก้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงประเด็นการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ว่า พรรคประชาชนขอประณามเหตุทำร้ายแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ตัวแทนกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนินนอก ตราบใดที่เรายังเชื่อในระบบนิติรัฐนิติธรรม และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีความคิดเห็นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แต่การทำร้ายร่างกายกันนั้นเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้ นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับจุดยืนของพรรคประชาชนต่อการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันมีข้อเท็จจริง 3 ประการ คือ 1.ปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงงานข้ามชาติมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจไทย ถ้าขาดหายไปจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยแน่นอน 2.ปฏิเสธไม่ได้ว่าการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยมีการรั่วไหล มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนที่ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity หรือ CI) สำหรับแรงงานต่างด้าว ที่รัฐบาลกำลังเพิกเฉยกลายเป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาหาผลประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยเอง ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยหรือไม่ และ 3.ปฏิเสธไม่ได้ว่าตราบใดที่ยังมีปัญหาการรั่วไหลภายในประเทศจะส่งผลกระทบต่อคนไทยทุกคนทั้งแรงงานไทยและผู้ประกอบการไทย รวมไปถึงแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานในประเทศไทย นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า โจทย์สำคัญในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยคือ การได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน มีมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการและแรงงานไทยให้ปรับตัวยกระดับทักษะไปพร้อมๆ กัน รายงานทุกสัญชาติจะต้องได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ไม่ถูกกดขี่ ไม่ถูกบังคับให้ใช้แรงงาน ไม่ตกอยู่ภายใต้กระบวนการค้ามนุษย์ นี่เป็นมาตรฐานสากลขั้นพื้นฐาน ซึ่งวันนี้ประเทศไทยแสดงความประสงค์อยากจะเข้ากลุ่ม OECD แล้วการที่เราปฏิบัติได้ตามมาตรฐานสากลในการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติก็จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ดังนั้น สิ่งที่จะต้องทำคือ 1.จัดทำฐานข้อมูลแรงงานข้ามชาติให้ชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ อยู่ในอุตสาหกรรมใดบ้าง อยู่ในสถานะรอยืนยันเอกสารสิทธิเท่าไหร่ และอยู่นอกระบบเท่าไหร่ เพื่อให้บริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง 2.มีกระบวนการสำรวจและจัดทำอาชีพสงวนใหม่ อาชีพใดที่ไม่ขาดแคลนแรงงานก็สามารถใช้แรงงานไทยเป็นหลัก แต่อาชีพสงวนใดที่ขาดแคลนแรงงานก็อาจจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงผ่อนปรนให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาเติมเต็ม และ 3.มีกลไกให้แรงงานข้ามชาติได้ปรับตัวเข้ากับกลไก วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยได้ เช่น มีระบบให้แรงงานข้ามชาติได้มาเรียนรู้ภาษาไทย ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมไทยได้อย่างกลมกลืนมากขึ้นเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ด้านนางนิลุบล พงษ์พยอม ตัวแทนกลุ่มนายจ้างสีขาว กล่าวว่า ขณะนี้การขึ้นทะเบียนแรงงานเมียนมาพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ เดิมค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางจะอยู่ที่ 310 บาท จ่ายที่ร้านสะดวกซื้อขยับมาเป็น 710 บาท ก่อนจะขยับอีกครั้งมาอยู่ที่ 2,670 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมการจัดหางานถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ได้เชิญอธิบดีกรมการจัดหางานและกลุ่มฯ เข้ามาชี้แจงและร่วมรับฟังพบว่า เงินที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากทางการเมียนมาเรียกเก็บภาษีเพิ่ม และถูกนำมารวมอยู่ในสลิปนี้โดยไม่มีการชี้แจงให้ผู้ประกอบการ และแรงงานทราบ และจริงๆ เนื่องจากเรื่องนี้มีการจ่ายภาษีในไทยแล้วก็ไม่ควรต้องมีการจ่ายซ้ำซ้อนอีก นางนิลุบลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ถึงแม้จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่เซเว่นฯ แล้ว รับนัดหมายเข้าไปดำเนินการต่อที่ศูนย์ CI ก็พบว่า มีนายหน้าชาวเมียนมาเรียกเก็บค่าส่วย ค่าคิวผี 1,350-1,500 บาท ถ้าไม่จ่ายก็เข้าไปทำเรื่องไม่ได้ แต่เมื่อจ่ายแล้ว เข้าไปแล้วก็พบว่ามีการเรียกเก็บเงินจากแรงงานเพิ่มอีก 2% ของประมาณการรายได้ หรือราวๆ คนละ 6,000 บาท อ้างว่าเพื่อนำส่งให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา โดยให้โอนเงินเข้าทรูมันนี่ แล้วค่อยไปจ่ายอีกครั้งที่เซเว่น ซึ่งแรงงานบางคนไม่มีเงินนี้ ผู้ประกอบการก็ต้องออกให้ก่อน ทั้งๆ ที่ผู้ประกอบการเองก็มีปัญหาไดรับผลกระทบจากน้ำท่วม “ปัจจุบันเรามีแรงงานที่ต้องทำ CI ราว 7 แสนคน คนที่พาสปอร์ตใกล้จะหมดอีกประมาณล้านกว่าคน ขณะที่เรพยายามทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย แต่กลับต้องมาเจอค่าใช้จ่ายที่ถูกบีบบังคับจากประเทศเมียนมา รัฐบาลทหารเมียนมา โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ประกอบการเองก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ทำ แรงงานก็ไม่มีเงินจ่ายเอง สุดท้ายแรงงานก็จะไม่อยู่กับเรา นี่จะยิ่งนำมาสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานหนักเข้าไปอีก” นางนิลุบลกล่าว ด้านนายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า ระบบในการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติมี 3 หลักใหญ่ คือ ทำให้ง่าย เร็ว ราคาถูก เพื่อทำให้แรงงานและนายจ้างสามารถจ่ายและเข้าถึงได้ แต่ประเทศไทยกับตรงข้ามคือช้า ยากและแพง ซึ่งยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น และการเข้าถึงการขึ้นทะเบียนระบบแรงงานได้ยาก ทำให้ปัจจุบันไม่มีตัวเลขที่แท้จริงว่าเรามีแรงงานข้ามชาติเท่าไหร่ อยู่ในอุตสาหกรรมใดบ้าง ซึ่งปัจจุบันมีข้อร้องเรียนการดำเนินการที่ศูนย์ CI ต้องเจอปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ็อน ปัญหาส่วยผี คิวผี ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าเป็นการใช้พื้นที่ประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บเงินให้ทหารเมียนมาหรือไม่ กระทรวงแรงงานจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ย้ำว่า หลักสำคัญที่ทุกประเทศยึดคือหากทำงานภายใต้ประเทศใด ก็ต้องจ่ายภาษีหรือจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับประเทศนั้น นายสหัสวัตกล่าวต่อว่า ปัจจุบันแม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะออกมาตรการหลายอย่าง เช่น ตรวจสอบการเก็บเงินเพิ่มเติมในศูนย์ CI การพิจารณาการต่ออายุระยะสั้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ ตนจึงมีข้อเสนอระยะสั้นให้ปฏิรูปศูนย์ CI หากจำเป็นต้องมีก็ต้องกำกับดูแลโดยรัฐบาลไทยได้ ต้องยืนยันข้อเท็จจริงสำคัญคือเมื่อคนทำงานให้ประเทศไหน ก็ต้องจ่ายภาษีหรือจ่ายเงินให้กับประเทศนั้น ไม่ใช่ปล่อยให้ประเทศต้นทางมาเก็บภาษีซ้อนอย่างผิดกฎหมายเช่นนี้ ส่วนระยะกลาง ต้องพิจารณาว่า ยังจำเป็นต้องมีศูนย์ CI หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยทำ ในการจัดเก็บอัตลักษณ์และขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวได้ และระยะยาวมีกลไกการปฏิรูปการบริหารแรงงานข้ามชาติทั้งระบบ เช่น พ.ร.บ.คนเข้าเมือง หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารคนงานต่างด้าว นายพิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีเงากระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขี้นนี้มาจากการที่ไทยทำการทูตแบบเกรงใจ ผู้นำทหารเมียนมาทำให้ประเทศไทยเสียศักดิ์ศรี เสียผลประโยชน์ชาติและทำให้คนไทยเดือดร้อน ตัวอย่างจากการที่ยังทิ้งระเบิดใส่ชนกลุ่มน้อยข้ามมายังฝั่งไทย ทหารเมียนมาไม่ได้แคร์ประเทศไทย เช่นเดียวกับที่ไม่แคร์ฉันทมติ 5 ข้อของอาเซียน ครม.เงาวันนี้จึงขอเสนอรัฐบาลไทย 5 ข้อ ดังนี้ 1.ยึดผลประโยชน์เศรษฐกิจที่ประเทศไทยได้รับจากแรงงานที่ถูกต้อง แทนผลประโยชน์ของรัฐบาลทหารเมียนมา 2.แจ้งฝ่ายเมียนมาอย่างเป็นทางการว่ามาตรการเก็บภาษีแรงงานของเมียนมาในประเทศไทย 2% ของรายได้ไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และขัดกับความตกลงภาษีซ้อนไทย เมียนมา ที่ลงนามกันมาตั้งแต่ปี 2545 3.รัฐบาลไทยควรผ่อนปรนเรื่องใบแสดงอัตลักษณ์ส่วนบุคคลชั่วคราว เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลรัฐที่มาจากแรงงานต่างชาติและครอบครัวที่เข้ามาในประเทศไทยแบบนอกระบบ 4.ทบทวนแนวนโยบายการทูตแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะทำให้ไทยเสียศักดิ์ศรี และมีแต่เสียกับเสีย และ 5.เน้นแก้ปัญหาที่ประเทศไทยได้รับมาจากเมียนมา ทั้งเป็นเขตกระสุนตก ยาเสพติด สารปนเปื้อนในแม่น้ำ โดยให้แก้ที่ต้นตอคือ สงครามที่ยืดเยื้อระหว่างทหารเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์
ปชน. แฉรัฐบาลทหารเมียนมา รีดภาษีแรงงาน มีเก็บส่วยคิวผีด้วย จี้ก.แรงงานหามาตรการแก้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน

Commentaires