KKP ชี้ไทยเผชิญวิกฤตแก่ก่อนรวย ผู้สูงอายุเกือบ 70% ยังพึ่งลูกหลาน-ทำงานต่อ ล่าสุด ผนึก Capital Group เปิดโซลูชั่นลงทุนรับสังคมสูงวัย ชูผลตอบแทนคาดหวัง 6-7% ต่อปี ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนประมาณ 24% ของประชากรทั้งหมด และคาดในอีก 25 ปีข้างหน้า สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับประมาณ 1 ใน 4 เนื่องจากอัตราการเกิดลดลง ขณะที่ประชากรวัยทำงานทยอยเข้าสู่วัยเกษียณเพิ่มขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวน่ากังวล เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาแก่ก่อนรวย โดยประชากรเข้าสู่วัยสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ระดับรายได้ต่อหัวยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้การเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณกลายเป็นความท้าทายสำคัญ ทั้งนี้ KKP ประเมินว่าคนไทยกำลังเผชิญวิกฤตการเกษียณเชิงโครงสร้างใน 4 ด้าน ได้แก่ การเข้าสู่สังคมสูงวัยก่อนมีฐานะมั่งคั่ง ข้อจำกัดของระบบสวัสดิการภาครัฐ การขาดการวางแผนทางการเงิน และภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นตามอายุขัย โดยปัจจุบันแรงงานไทยกว่า 54% ยังอยู่นอกระบบประกันสังคม ขณะที่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้เพียง 7% สะท้อนว่าการพึ่งพาสวัสดิการภาครัฐเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตหลังเกษียณ ขณะเดียวกัน คนไทยถึง 86% ยังไม่ได้วางแผนการออมหรือไม่สามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้ โดยเงินออมกว่า 80% กระจุกตัวอยู่ในเงินฝากและสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากเงินเฟ้อในระยะยาว ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ยังพบว่า ผู้สูงอายุเกือบ 70% ต้องพึ่งพารายได้จากลูกหลานหรือยังจำเป็นต้องทำงานต่อ ขณะที่มีเพียงประมาณ 7% ที่ระบุว่ามีเงินออมเพื่อการเกษียณ สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากยังไม่มีความพร้อมทางการเงินสำหรับชีวิตหลังหยุดทำงาน อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคืออายุขัยที่ยืนยาวขึ้น โดยผู้ที่มีอายุ 60 ปีในปัจจุบันมีโอกาสประมาณ 47% ที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 85 ปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลของไทยในปี 2569 อยู่ที่ 14.8% สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปอย่างมาก ประกอบกับแนวโน้มการปรับเงื่อนไขประกันสุขภาพไปสู่ระบบร่วมจ่าย (Co-payment) ซึ่งอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุในอนาคต ผนึก Capital Group เปิด 6 กองทุนเกษียณ จากความท้าทายดังกล่าว KKP ร่วมกับ Capital Group พัฒนาโซลูชั่นการลงทุนเพื่อการเกษียณ ภายใต้แนวคิดการวางแผนทางการเงินที่ครอบคลุมทั้งช่วงสะสมเงินลงทุนและช่วงรับกระแสเงินสดหลังเกษียณ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ รวม 6 กองทุน ระยะแรกเป็นการสะสมความมั่งคั่งสำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวเกษียณ ผ่านกองทุนกลุ่ม KKP Ready Retire จำนวน 4 กองทุน ได้แก่ KKP Ready Retire 2035, KKP Ready Retire 2045, KKP Ready Retire 2035 RMF และ KKP Ready Retire 2045 RMF กองทุนดังกล่าวออกแบบให้นักลงทุนเลือกปีเป้าหมายที่จะเกษียณ โดยมีกลไกปรับลดระดับความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ปีเกษียณ ขณะเดียวกันยังคงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่เหมาะสม เพื่อรักษาโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว และเมื่อถึงกำหนดจะเปลี่ยนเข้าสู่กองทุนสำหรับวัยเกษียณโดยอัตโนมัติ ส่วนระยะที่สองเป็นการสร้างกระแสเงินสดสำหรับผู้ที่ใกล้เกษียณหรือเกษียณแล้ว ผ่านกองทุนกลุ่ม KKP Retirement Income จำนวน 2 กองทุน ได้แก่ KKP Lifelong Income และ KKP Advanced Income กองทุนกลุ่มนี้เน้นกระจายการลงทุนทั้งตราสารหนี้และหุ้นปันผลคุณภาพสูง เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สามารถรองรับเงินเฟ้อ พร้อมกลไกขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto-Redemption) เพื่อให้นักลงทุนสามารถวางแผนรับเงินคืนเป็นงวดตามความต้องการ โดยมีแนวทางรองรับทั้งผู้ที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดควบคู่กับการรักษามูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งให้คนรุ่นถัดไป และผู้ที่ต้องการรับกระแสเงินสดในระดับสูง โดยทยอยใช้เงินต้นที่สะสมไว้ตามแผนเกษียณ ห่วงทุนไหลออก คาด GDP โต 2.5% ดร.พิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดทุนไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และสถานการณ์ประท้วงในยุโรป ประกอบกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น เศรษฐกิจชะลอตัว และตลาดหุ้นผันผวน ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดขยายตัว 2.5% แต่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงในลักษณะ K-Shaped โดยกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและการลงทุนด้าน AI เติบโตดี ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และท่องเที่ยวยังเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มชะลอตัว ซึ่งเป็นประเด็นน่ากังวล แนะหุ้นแบงก์-สุขภาพ-อาหาร สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แนะนำเน้นหุ้นกลุ่มที่มีความปลอดภัยมากขึ้น เช่น ธนาคาร รวมถึงธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว ได้แก่ สุขภาพ และอาหารและเครื่องดื่ม ท่ามกลางความกังวลต่อการชะลอตัวของการลงทุนด้าน AI ทั้งนี้ KKP ยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปี 2569 ที่ 1,680 จุด โดยอยู่ระหว่างทบทวนเป้าหมายปีนี้และประเมินเป้าหมายปี 2570 ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น ยกเว้นกลุ่มปิโตรเคมีที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน เป้า AUM 3 หมื่นล้าน ชูผลตอบแทน 6-7% นายณฤทธิ์ โกสาลาทิพย์ หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Capital Group ซึ่งมีประสบการณ์บริหารการลงทุนมากกว่า 90 ปี และมีสินทรัพย์เพื่อการเกษียณภายใต้การบริหารกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ จะช่วยนำความเชี่ยวชาญด้านการจัดพอร์ตลงทุนระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมทางการเงินและบริบทเศรษฐกิจไทย สำหรับ KKP Retirement Solution มีเป้าหมายเปลี่ยนแนวคิดการวางแผนเกษียณจากการสะสมเงินก้อนเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างกระแสเงินสดที่สามารถรองรับการดำรงชีวิตหลังหยุดทำงานได้ยาวนานถึง 30 ปี ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของกองทุนเพื่อการเกษียณร่วมกับ Capital Group แตะระดับ 30,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยในช่วงแรกจะให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออมเพื่อเกษียณ เนื่องจากคนไทยจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายและความต้องการในปัจจุบันมากกว่าการเตรียมเงินสำหรับอนาคต นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญปัญหา Lifestyle Inflation หรือพฤติกรรมการเพิ่มค่าใช้จ่ายตามรายได้ที่สูงขึ้น ทำให้เงินที่ควรนำไปออมเพื่อเกษียณถูกใช้ไปกับการยกระดับรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบัน สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุน คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6-7% ต่อปี สำหรับผู้ที่เริ่มลงทุนตั้งแต่ช่วงเสนอขายกองทุนครั้งแรก (IPO) โดยพอร์ตลงทุนมีการกระจายสินทรัพย์ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ และมีสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงที่เน้นการเติบโตไม่ถึงครึ่งหนึ่งของพอร์ต นายณฤทธิ์กล่าวอีกว่า ปัจจัยสำคัญของการลงทุนระยะยาวไม่ใช่เพียงการสร้างผลตอบแทนสูง แต่เป็นความสม่ำเสมอของผลตอบแทนและความสามารถในการลงทุนต่อเนื่อง โดยมองว่าผลตอบแทนระดับ 5-7% ต่อปี อาจเพียงพอสำหรับการบรรลุเป้าหมายทางการเงินของคนส่วนใหญ่ หากสามารถรักษาวินัยการลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมักตัดสินใจผิดพลาดในช่วงที่ตลาดเกิดวิกฤต โดยขายสินทรัพย์ออกจากความกังวล และไม่สามารถกลับเข้าลงทุนได้ทันเมื่อตลาดฟื้นตัว ขณะที่การลงทุนระยะยาวยังต้องเผชิญวัฏจักรเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาดเป็นระยะ อ่านข่าวต้นฉบับ: คนไทย 86% ไร้แผนออมเกษียณ KKP เปิด 6 กองทุน ตั้งเป้า AUM 3 หมื่นล้าน ใน 3 ปี
KKP ชี้ไทยเผชิญวิกฤตแก่ก่อนรวย ผู้สูงอายุเกือบ 70% ยังพึ่งลูกหลาน-ทำงานต่อ ล่าสุด ผนึก Capital Group เปิดโซลูชั่นลงทุนรั


コメント