“iPhone Duo” สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของ “แอปเปิล” (Apple) วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา เรียกว่าได้รับการตอบรับจากสาวกแอปเปิลอย่างล้นหลาม ถ้าวัดจากเครื่องลอตแรกที่เข้ามาหมดลงอย่างรวดเร็ว บางคนที่สั่งจองในรอบหลัง ๆ อาจได้รับเครื่องช่วงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 แล้ว การเดบิวต์ iPhone Duo ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับ “Galaxy Z Fold8” ของบ้านใหญ่จากเกาหลีใต้ “ซัมซุง” (Samsung) เพราะไม่ว่าจะดีไซน์ หรือขนาดเครื่อง ละม้ายคล้ายกันแบบแฝดคนละฝา แต่ iPhone Duo (79,900-127,900 บาท) เปิดตัวออกมาด้วยราคาที่แพงกว่า Galaxy Z Fold8 (61,900-85,900 บาท) มาก โดยเล็งเป้าหมายไปที่ตลาดพรีเมี่ยมเหมือนกัน “แอปเปิล” ขยับชิงส่วนแบ่ง จากการวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยตลาด Counterpoint Research ระบุว่า ยอดสะสมการจัดส่งสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกมีแนวโน้มจะทะลุ 100 ล้านเครื่อง ภายในสิ้นปี 2026 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเปิดตัวซีรีส์ Galaxy Z Fold8 และการเข้าสู่ตลาดของแอปเปิล แม้ว่าการวางจำหน่าย iPhone จอพับของแอปเปิลในช่วงแรกจะประสบปัญหาสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่คาดว่าภายในสิ้นปีนี้แอปเปิลจะสามารถทำยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนจอพับได้สูงสุด 6 ล้านเครื่อง และทำให้ภาพรวมของตลาดสมาร์ทโฟนจอพับเปลี่ยนไป หากย้อนดูข้อมูล ณ ไตรมาส 3/2025 จะพบว่า ซัมซุงครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกถึง 64% แต่เมื่อแอปเปิลเข้ามาในตลาดนี้ ย่อมต้องเสียส่วนแบ่งให้กับผู้เล่นคนใหม่ และอาจสะเทือนตำแหน่งผู้นำตลาดพอสมควร สำหรับปี 2026 คาดว่าซัมซุงจะยังคงเป็นผู้นำตลาด และครองส่วนแบ่งที่ 38% ส่วนแอปเปิลจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 25% ตามมาด้วยหัวเว่ย (HUAWEI) 22% โมโตโรลา (Motorola) 6% HONOR 3% และแบรนด์อื่น ๆ รวมกันอีก 3% สิทธิโชค นพชินบุตร “ซัมซุง” ย้ำจุดแข็งเทคโนโลยี ด้าน “สิทธิโชค นพชินบุตร” President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด แม่ทัพคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของมือถือ “ซัมซุง” ในประเทศไทย มองว่า การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ในตลาดจอพับช่วยกระตุ้นตลาด และขยายฐานผู้ใช้สมาร์ทโฟนจอพับให้กว้างขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อซัมซุงด้วย “พอตลาดใหญ่ขึ้นสินค้าของเราก็มีโอกาสทำยอดขาย และเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ใหม่ ๆ ได้มากขึ้นเช่นกัน” อย่างไรก็ตาม แต่ละค่ายมีจุดแข็งในการมัดใจลูกค้าไม่เหมือนกัน โดยซัมซุงมีจุดต่างเรื่อง “เทคโนโลยี” ที่ชัดเจนมาก เช่น การพัฒนาตัวเครื่องให้มีน้ำหนักเบา เพื่อแก้ปัญหาจากรุ่นก่อน ๆ ที่ลูกค้าฟีดแบ็กกลับมาว่าหนัก ใช้งานไม่สะดวก รวมถึงการเปิดตัว “จอกันเผือก” ใน Galaxy S26 Series เมื่อช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา เป็นต้น “เรื่องเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ซัมซุงให้ความสำคัญมาตลอด และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้แบรนด์ของเราแข็งแรงด้วย” โชว์พลังแห่ง “อีโคซิสเต็ม” “สิทธิโชค” อธิบายด้วยว่า “อีโคซิสเต็ม” มีผลกับการสร้าง Brand Loyalty หรือความภักดีของลูกค้ามาก และช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องถัดไปเป็นแบรนด์ “ซัมซุง” เมื่อผู้บริโภคใช้อุปกรณ์หรือบริการของแบรนด์มากกว่า 1 อย่าง จะมีความผูกพันและอยู่ในอีโคซิสเต็มของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง การสร้าง “อีโคซิสเต็ม” ที่แข็งแรงจึงเป็นแนวทางที่ทุกแบรนด์มุ่งไป ในฝั่งของ “ซัมซุง” เดินหน้าโดยยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานด้วย “Samsung Wallet” แอปกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบครบวงจร เพื่อให้ครอบคลุมบริการที่หลากหลาย และเป็นศูนย์กลางในการดึงผู้ใช้เข้าสู่อีโคซิสเต็ม นอกจากจะสามารถจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Boarding Pass ใช้เป็น Digital Car Key แทนกุญแจรถ และใช้เป็นกุญแจบ้าน กุญแจคอนโดฯ หรือแทนบัตรพนักงาน เข้าอาคารออฟฟิศได้อย่างสะดวกแล้ว ล่าสุดยังเพิ่มความสามารถในการแตะจ่ายเพื่อการเดินทาง BTS BRT และเรือด่วนเจ้าพระยา ผ่านการเพิ่ม Rabbit Virtual Card ในแอปด้วย “ซัมซุงมีแผนขยายอีโคซิสเต็มของ Samsung Wallet อย่างต่อเนื่อง ในฝั่งของการเดินทางเตรียมขยายผลสู่ MRT สายสีม่วง สีแดง สีน้ำเงิน Airport Rail Link และรถเมล์ ขสมก. ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงมีแผนที่จะนำบริการ Samsung Pay หรือการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านมือถือกลับมา และขยายการใช้งานวอลเลตให้ครอบคลุมไปถึงสมาร์ทวอตช์ด้วย” เร่งเพิ่มผู้ใช้เป็น 1 ล้าน “สิทธิโชค” พูดถึงแนวทางการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ Samsung Wallet ว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2026 มีผู้ใช้งานในไทยประมาณ 4.6 แสนบัญชี มี Active Users ประมาณ 3 แสนบัญชี หรือคิดเป็น 65% มีการเติบโตจากปี 2025 ราว 2.5 เท่า และภายในปี 2027 ต้องมีจำนวนผู้ใช้งาน Samsung Wallet เป็น 1 ล้านบัญชี พร้อมผลักดันสัดส่วน Active Users ขึ้นเป็น 80% โดยจะเร่งสร้างการรับรู้ ณ จุดเดินทาง (On-ground Awareness) เพื่อเข้าถึงผู้ใช้ระบบขนส่งมวลชนโดยตรง ทำให้เกิดการบอกต่อและการเปิดรับจากกลุ่มผู้ใช้ใหม่ ๆ เนื่องจากอัลกอริทึ่มของโซเชียลมีเดียเข้าถึงกลุ่มแมสได้ยาก จึงเลือกที่จะสื่อสารผ่านป้ายโฆษณาบริเวณสถานี BTS เป็นหลัก “แม้เป้าหมายของ Samsung Wallet จะเน้นที่การแก้เพนพอยต์ของลูกค้าเพื่อเพิ่มความสะดวก และทำให้อยู่ในอีโคซิสเต็มไปนาน ๆ แต่ก็หวังว่าสิ่งนี้จะช่วยให้คนหันมาใช้ซัมซุงเยอะขึ้น เพราะมีบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันจริง ๆ” น่าจับตาว่าการเปิดเกมใหม่แบบชนกันตรง ๆ ของแอปเปิลด้วย iPhone Duo จะมีผลต่อความเป็นผู้นำในตลาดมือถือจอพับของ “ซัมซุง” สักแค่ไหน หรือแค่เพิ่มทางเลือกใหม่ให้สาวกแอปเปิลที่ยังไงก็ไม่ไปไหน เพราะคุ้นเคยกับ iOS เช่นกันกับแฟนพันธุ์แอนดรอยด์ที่ปกติก็ไม่เปลี่ยนใจกันง่าย ๆ การตลาดแบบ ”หยิกแกมหยอก“ ตั้งแต่ iPhone Duo เปิดตัวมา เฟซบุ๊กของ “ซัมซุง” ยังไม่หยุดฟีดคอนเทนต์แซว “เพื่อนรัก” แบบหยิกแกมหยอกเลย ไม่ว่าจะเป็น “ถึงเพื่อนรัก ยินดีต้อนพับ” ที่สร้างสีสันและทำให้โลกโซเชียลเกิดการพูดถึงอย่างเป็นวงกว้าง และคอนเทนต์ที่แสบสุด ๆ เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี “Tim Cook (From Palmerston North)” ที่นำคุณลุงคนหนึ่งมา Parody เป็น “ทิม คุก” อดีตซีอีโอของแอปเปิล เพื่อโชว์การใช้งาน Galaxy Z Fold8 แบบเหนือชั้น ไม่เพียงเท่านั้นล่าสุดยังปล่อยซีรีส์คอนเทนต์ “ซัมเปิ้ล” อวดสิ่งที่ Galaxy Z Fold8 ดูจะมีข้อได้เปรียบกว่า ผ่าน 2 ตัวละครที่ชื่อว่า “ซัม” และ “เปิ้ล” เช่น น้ำหนักเบา และปลดล็อกด้วยการสแกนหน้าได้ เป็นต้น แม้จะยังไม่มีข้อมูลเรื่องยอดขายว่าใครเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าวัดกันที่สีสันในการทำคอนเทนต์เสิร์ฟ “ซัมซุง” โชว์เหนือเข้าถึงใจผู้บริโภคไปแล้วเรียบร้อย อ่านข่าวต้นฉบับ: iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
“iPhone Duo” สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของ “แอปเปิล” (Apple) วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา





コメント