เยอรมนีเสี่ยงเผชิญวิกฤตพลังงานอีกครั้ง หลังปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองเหลือเพียง 61.17% ต่ำกว่าเป้าหมายรัฐบาลที่กำหนดไว้ 70% ขณะที่ราคาก๊าซยุโรปพุ่งขึ้น 3 เท่าตั้งแต่ต้นปี จากผลกระทบสงครามอิหร่าน ซ้ำเติมต้นทุนภาคอุตสาหกรรมและค่าครองชีพประชาชน สร้างความกังวลว่าปัญหาพลังงานราคาแพงอาจกระตุ้นความไม่พอใจในสังคมยุโรป สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า เยอรมนี ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป ไม่สามารถเติมก๊าซธรรมชาติในคลังสำรองได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล ก่อนจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวที่ความต้องการใช้พลังงานสูง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติสำหรับทำความร้อนในครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลจาก Gas Infrastructure Europe ระบุว่า ปริมาณก๊าซธรรมชาติในคลังสำรองของเยอรมนีอยู่ที่ 61.17% ของความจุทั้งหมด ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 70% ที่รัฐบาลกำหนดให้บรรลุภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน แม้ทางการจะเร่งจัดซื้อก๊าซเพิ่มเติมผ่านบริษัทพลังงานของรัฐ SEFE ตลอดเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนียอมรับว่า ปริมาณก๊าซสำรองของเยอรมนียังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 75% ทำให้เยอรมนีมีปริมาณก๊าซสำรองสำหรับรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในฤดูหนาวน้อยกว่าที่วางแผนไว้ อากาศหนาวจัดมาเยือน อุณหภูมิจ่อติดลบ เยอรมนีและหลายประเทศในยุโรปเตรียมรับอากาศหนาวเย็นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งอาจทำให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับทำความร้อนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แมทธิว ดรอสส์ (Matthew Dross) นักอุตุนิยมวิทยาจาก Vaisala คาดการณ์ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในกรุงเบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต และมิวนิก จะลดต่ำกว่าระดับปกติประมาณ 2–4 องศาเซลเซียส ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเยอรมนี (DWD) คาดว่า พื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของประเทศอาจมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส นอกจากอุณหภูมิที่ลดลงแล้ว เยอรมนียังมีแนวโน้มเผชิญสภาพอากาศที่เรียกว่า Dunkelflaute ซึ่งเกิดจากระบบความกดอากาศสูง ทำให้ลมสงบและมีเมฆปกคลุมท้องฟ้าเป็นเวลานาน ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ลดลงพร้อมกัน สงครามอิหร่านดันราคาก๊าซยุโรปพุ่ง 3 เท่า บลูมเบิร์กระบุว่า ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่านับตั้งแต่ต้นปี 2569 เนื่องจากสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อการค้าพลังงานทั่วโลก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก๊าซธรรมชาติในยุโรปแตะ 100 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 หลังตลาดกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจทำให้การจัดหาก๊าซธรรมชาติทั่วโลกหยุดชะงัก หวั่นซ้ำรอยวิกฤตพลังงานปี 2565 สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เกิดความกังวลว่าเยอรมนีอาจเผชิญปัญหาพลังงานคล้ายกับปี 2565 เมื่อสงครามรัสเซีย-ยูเครนทำให้การส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียผ่านท่อมายังยุโรปลดลงหนัก เยอรมนีได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษในครั้งนั้น เนื่องจากพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมาเป็นเวลาหลายสิบปี ก่อนที่รัฐบาลจะเร่งปรับโครงสร้างการนำเข้าพลังงานและกระจายแหล่งจัดหาก๊าซไปยังประเทศอื่น ยุโรปเสี่ยงแย่งซื้อ LNG กับจีน-ญี่ปุ่น อนิส กันโบลด์ (Anise Ganbold) หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดพลังงานโลกและไฮโดรเจนของ Aurora Energy Research ระบุว่า การเข้าสู่ฤดูหนาวด้วยปริมาณก๊าซสำรองต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้ยุโรปต้องเผชิญความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของตลาดก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลก กันโบลด์กล่าวว่า ยุโรปจะต้องแข่งขันโดยตรงกับผู้ซื้อรายใหญ่ในเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่น เพื่อแย่งซื้อ LNG จากสหรัฐอเมริกาที่สามารถเปลี่ยนปลายทางการขนส่งได้ตามความต้องการของตลาด การที่หลายประเทศต้องการซื้อก๊าซในช่วงเวลาเดียวกันอาจเพิ่มการแข่งขันในตลาด LNG โดยเฉพาะเมื่อยุโรปจำเป็นต้องนำเข้าก๊าซเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในฤดูหนาว อ่านข่าวต้นฉบับ: เยอรมนีเสี่ยงวิกฤตพลังงาน ก๊าซสำรองเหลือต่ำกว่าเป้า
เยอรมนีเสี่ยงเผชิญวิกฤตพลังงานอีกครั้ง หลังปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองเหลือเพียง 61.17% ต่ำกว่าเป้าหมายรัฐบาลที่กำหนดไว้ 70%


コメント