ส.อ.ท. เดินหน้า Reinvent Thailand ผนึก กฟผ. เชื่อมโยงแผนลงทุนระบบผลิตไฟฟ้าและโครงข่ายพลังงานกับฐานอุตสาหกรรมไทย ดัน Local Content ใช้สินค้า Made in Thailand เปิดโอกาสผู้ผลิตและ SMEs เข้าสู่ Supply Chain ทั้งหม้อแปลง สวิตช์เกียร์ ระบบส่งไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน พร้อมดึงทุนต่างชาติถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในประเทศ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดจากปัจจุบันประมาณ 20% เป็น 50% ภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ที่จะมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 24,000 เมกะวัตต์ (MW) แบ่งเป็น Solar Roof 10,000 MW ส่วนที่เหลือจะเป็นการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างภาคเอกชนในรูปแบบ Direct PPA เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านพลังงานจะต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น รักษาความมั่นคงทางพลังงาน และทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ ซึ่งทิศทางดังกล่าวจะนำไปสู่การลงทุนจำนวนมากทั้งระบบผลิตไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานใหม่ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องเชื่อมโยงเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้เข้ากับการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทั้งนี้ ส.อ.ท. เห็นว่าการลงทุนด้านพลังงานไม่ควรสร้างประโยชน์เฉพาะด้านความมั่นคงทางพลังงานเท่านั้น แต่ต้องสามารถต่อยอดเป็นมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยส่งเสริมการใช้สินค้าและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย (Local Content) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจพร้อมด้วยนายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. และนายชญานินทร์ โพธิวรคุณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส.อ.ท. เข้าพบ ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และคณะผู้บริหาร เพื่อหารือแนวทางเชื่อมโยงแผนการลงทุนด้านพลังงานกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพิ่มการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีที่ไทยยังมีข้อจำกัด การหารือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand โดยมีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ ซึ่ง ส.อ.ท. วางแนวทางขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ 1. ศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data Center & AI) 2. ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) 3. เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Smart & Green Appliances) และ 4. ระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Parts Ecosystem) โดย กฟผ. มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการผลิตไฟฟ้า การพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า และการรองรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ จึงเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงความต้องการใช้อุปกรณ์และแผนการลงทุนด้านพลังงานเข้ากับการพัฒนาฐานการผลิตของผู้ประกอบการไทย นางพิมพ์ใจกล่าวว่า งบประมาณจัดซื้อจัดจ้างและการลงทุนด้านพลังงานสามารถนำมาสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม หากมีกลไกส่งเสริมการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Contribution) ทั้งการสร้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งนี้ ต้องใช้ความต้องการของตลาดเป็นจุดตั้งต้นในการพัฒนาผู้ผลิตไทย โดยนำแผนการลงทุนและความต้องการใช้อุปกรณ์ของหน่วยงานด้านพลังงานมาเป็นข้อมูลให้ภาคอุตสาหกรรมเตรียมความพร้อมในการผลิต รวมถึงใช้เป็นโอกาสดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานให้กลับมาเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจและคนไทยให้ได้มากที่สุด ด้าน กฟผ. แสดงความพร้อมสนับสนุนการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยพิจารณาจากมาตรฐาน คุณภาพ ราคา และความสามารถในการส่งมอบให้สอดคล้องกับแผนงาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมอุปกรณ์สำคัญ อาทิ หม้อแปลงไฟฟ้า สวิตช์เกียร์ อุปกรณ์ระบบส่งไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการดึงดูดการลงทุนหรือการร่วมทุนในผลิตภัณฑ์ที่ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศและต่อยอดไปสู่ตลาดภูมิภาค นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังเสนอให้พิจารณาใช้กลไก Made in Thailand (MiT) เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อสินค้าและอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ พร้อมเชื่อมโยงผู้รับเหมาออกแบบ จัดหา และก่อสร้าง (EPC) เข้ากับผู้ผลิตไทยและ SMEs เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมโครงการลงทุนด้านพลังงานมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีการหารือแนวทางส่งเสริมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง โดยเชื่อมโยงฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เข้ากับแนวคิดโครงการแลกเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน พร้อมจัดการซากเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม โดยอาจเริ่มจากโครงการนำร่องก่อนขยายผลในวงกว้าง สำหรับแนวทางดำเนินงานในระยะต่อไป กฟผ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลรายการอุปกรณ์ ปริมาณความต้องการใช้ และแผนการลงทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ส.อ.ท. สามารถนำข้อมูลไปกำหนดผลิตภัณฑ์เป้าหมายและวางแผนพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตไทยและ SMEs ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. จะประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น เพื่อจับคู่ธุรกิจและชักชวนนักลงทุนเข้ามาสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย มุ่งเพิ่มสัดส่วน Local Content ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนด้านพลังงานให้กลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม อ่านข่าวต้นฉบับ: ส.อ.ท. จับมือ กฟผ. ปั้น Local Content รับคลื่นลงทุนพลังงาน ดันผู้ผลิตไทยเข้า Supply Chain
ส.อ.ท. เดินหน้า Reinvent Thailand ผนึก กฟผ. เชื่อมโยงแผนลงทุนระบบผลิตไฟฟ้าและโครงข่ายพลังงานกับฐานอุตสาหกรรมไทย ดัน Loca


コメント