การขับขี่บนท้องถนนเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แม้เราจะระมัดระวังมากเพียงใด อุบัติเหตุก็ยังอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมี ประกันภัยรถยนต์ จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนรับมือกับความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับตัวรถยนต์และผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตที่อาจตามมาอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า ประกันภัยรถยนต์มีกี่แบบ แล้วแบบไหนที่จะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้รถของเรามากที่สุด บทความนี้มีคำตอบมาฝากกัน ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท? แตกต่างกันอย่างไร ประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีข้อบังคับและจุดประสงค์ในการให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. เป็นความคุ้มครองที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องทำตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเยียวยาและคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และอนามัยของผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินเท้า โดยจะช่วยรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตามจริงและค่าชดเชยต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด หากเจ้าของรถยนต์ละเลยไม่ยอมต่อ พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นความคุ้มครองเพิ่มเติมที่เจ้าของรถสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ โดยไม่ได้มีกฎหมายบังคับแต่อย่างใด จุดประสงค์เพื่อซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมให้ครอบคลุมมากกว่า พ.ร.บ. เพราะประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจะขยายความคุ้มครองไปถึงทรัพย์สิน ตัวรถยนต์ และรับผิดชอบต่อความเสียหายของบุคคลภายนอกด้วย ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดภาระทางการเงินเมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ซึ่งในปัจจุบันมีแผนความคุ้มครองให้เลือกหลากหลายระดับ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ 5 ประเภท คุ้มครองอะไรบ้าง? ในปัจจุบันรูปแบบของประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ แบ่งความคุ้มครองออกเป็น 5 ประเภท เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตรงกับความต้องการและงบประมาณมากที่สุด ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองได้ครอบคลุมและครบวงจรมากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด หรือแม้กระทั่งเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ชนกำแพง ถอยชนเสา บริษัทประกันภัยก็จะดูแลค่าซ่อมรถยนต์ให้คุณทั้งหมด นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และความเสียหายจากภัยธรรมชาติอื่น ๆ รวมถึงคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับ รถใหม่หรือรถมูลค่าสูง ผู้ขับขี่มือใหม่ ผู้ที่ใช้รถทุกวัน ผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เป็นประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันภัยชั้น 1 มาก แต่มีข้อแม้สำคัญคือ จะคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของคุณก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุ “ชนกับยานพาหนะทางบกแบบมีคู่กรณี” เท่านั้น หากเกิดเหตุขับชนต้นไม้ ชนรั้ว จะไม่สามารถเคลมประกันภัยเพื่อซ่อมรถของตัวเองได้ แต่ในส่วนของรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และการรับผิดชอบต่อคู่กรณี ยังคงให้ความคุ้มครองอย่างครบถ้วน ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับ รถอายุประมาณ 7–15 ปี ผู้ที่มีประสบการณ์ขับรถพอสมควร ผู้ที่ต้องการลดค่าเบี้ยประกันภัย แต่ยังได้รับความคุ้มครองตัวรถในกรณีชนกับรถคันอื่น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 สำหรับประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 จะให้ความคุ้มครองลดหลั่นลงมา โดยจะเน้นคุ้มครองในเรื่องของรถยนต์สูญหาย รถยนต์ไฟไหม้ และรับผิดชอบค่าความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น แต่ “ไม่คุ้มครอง” ค่าซ่อมรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยเลย ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุรูปแบบใดก็ตาม หากรถของคุณพัง คุณจะต้องรับผิดชอบค่าซ่อมบำรุงด้วยตัวเอง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 เหมาะสำหรับ รถมือสอง รถที่มีอายุหลายปี ผู้ที่ใช้รถเป็นครั้งคราว ผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านเบี้ยประกันภัย ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองคล้ายคลึงกับประกันภัยชั้น 2+ คือคุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์ทั้งของคุณและคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ “รถชนรถ” (ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น) รวมถึงดูแลค่ารักษาพยาบาล แต่สิ่งที่ไม่คุ้มครองเลยก็คือ กรณีรถยนต์สูญหาย รถยนต์ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะสำหรับ รถอายุเกิน 10 ปี ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ ผู้ที่ต้องการลดค่าเบี้ยประกันภัย แต่ยังอยากได้รับความคุ้มครองรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันภัยรถยนต์ระดับพื้นฐานที่มีค่าเบี้ยประกันภัยถูกที่สุด โดยจะเน้นให้ความคุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอกเท่านั้น นั่นหมายความว่าหากเกิดอุบัติเหตุและคุณเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถยนต์ให้กับคู่กรณี แต่จะไม่จ่ายค่าซ่อมรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาล หรือชดเชยกรณีรถหาย ไฟไหม้ ให้กับรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยเลย ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เหมาะสำหรับ รถอายุหลายปี รถที่ใช้งานน้อย ผู้ที่มีรถหลายคัน ผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณ ตารางเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท คุ้มครองรถตัวเอง รถหาย / ไฟไหม้ ชนไม่มีคู่กรณี เหมาะกับ ชั้น 1 รถใหม่ ผู้ขับขี่มือใหม่ ชั้น 2+ * ✘ รถใช้งานทั่วไป อายุ 7–15 ปี ชั้น 2 ✘ ✘ รถมือสอง ใช้งานไม่บ่อย ชั้น 3+ * ✘ ✘ รถอายุหลายปี ชั้น 3 ✘ ✘ ✘ รถเก่า ใช้งานน้อย * คุ้มครองความเสียหาย กรณีรถชนรถและมีคู่กรณีเท่านั้น เทคนิคเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด การพิจารณาเลือกแผนความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยให้ตอบโจทย์การใช้งานของตนเองมากที่สุด สามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุด 1. ประเมินจากอายุการใช้งานและสภาพรถยนต์ อายุของรถยนต์ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกประเภทของประกันภัย หากรถของคุณเป็นรถยนต์ใหม่ป้ายแดงหรืออายุยังไม่เกิน 10 ปี การเลือกประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อรักษาสภาพรถยนต์ให้สมบูรณ์ แต่หากรถยนต์เริ่มมีอายุเกิน 10 ปี หรือเป็นรถที่ใช้งานน้อย การพิจารณาลดระดับมาเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ หรือ 3+ ก็จะช่วยให้คุณประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยรายปีไปได้มาก 2. พิจารณาจากความเชี่ยวชาญและพฤติกรรมการขับขี่ หากคุณเพิ่งได้ใบขับขี่หรือเป็นมือใหม่หัดขับ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบไม่มีคู่กรณี เช่น การเฉี่ยวชนฟุตพาท หรือถอยชนรั้วบ้าน มักจะมีสูง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จึงตอบโจทย์ที่สุด แต่หากคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญบนท้องถนน ขับรถยนต์อย่างระมัดระวังและมีประวัติการขับขี่ที่ดีมาตลอด ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ก็ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะครอบคลุมอุบัติเหตุหลัก ๆ ไว้ครบถ้วนในราคาที่ย่อมเยากว่า 3. เปรียบเทียบความคุ้มครองและเบี้ยประกันภัยจากหลายบริษัท บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งมักจะมีแพ็กเกจ แคมเปญ และอัตราเบี้ยประกันภัยที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงเงื่อนไขบริการหลังการขาย เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรืออู่ซ่อมรถยนต์ในเครือ การนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณได้ประกันภัยรถยนต์ที่ตรงกับงบประมาณและได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด โลตัส โบรคเกอร์ รวมประกันภัยรถยนต์ที่ใช่ พร้อมแบ่งจ่ายสบาย ๆ 0%* หากกำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่ใช่ ในราคาที่ชอบ การเปรียบเทียบแผนจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจถือเป็นวิธีที่ช่วยให้เลือกได้คุ้มค่ามากขึ้น โลตัส โบรคเกอร์ รวบรวมแผนประกันภัยรถยนต์จากบริษัทชั้นนำไว้ในที่เดียว ให้คุณเปรียบเทียบความคุ้มครอง ค่าเบี้ยประกันภัย และสิทธิประโยชน์ของแต่ละแผนได้สะดวก พร้อมเลือกแผนที่เหมาะกับรถและการใช้งานของคุณได้อย่างมั่นใจ เปรียบเทียบแผนประกันภัยรถยนต์หลากหลายความคุ้มครองจากบริษัทชั้นนำในที่เดียว เลือกความคุ้มครองได้ตั้งแต่ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 สิทธิพิเศษแบ่งจ่ายเบี้ยประกันภัยสบาย ๆ 0%* นานสูงสุด 10 เดือน ได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิตโลตัส ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมแนะนำแผนประกันภัยรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัส กว่า 200 สาขาทั่วประเทศที่ห้างโลตัส คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จำเป็นสำหรับทุกคนหรือไม่ ไม่จำเป็นเสมอไป การเลือกประกันภัยควรพิจารณาจากอายุรถ มูลค่ารถ ความถี่ในการใช้งาน และงบประมาณ หากเป็นรถที่ใช้งานมาหลายปี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+, ชั้น 3+ หรือชั้น 3 อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า รถอายุมากกว่า 10 ปี ควรเลือกประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี ขึ้นอยู่กับสภาพรถและการใช้งาน หากรถยังมีมูลค่าและใช้งานเป็นประจำ อาจเลือกประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ หรือชั้น 3+ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตัวรถในกรณีชนกับรถคันอื่น แต่หากรถใช้งานน้อยและมีมูลค่าไม่สูง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ก็อาจเพียงพอต่อความต้องการ มีวิธีทำให้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ถูกลงได้อย่างไรบ้าง สามารถลดค่าเบี้ยประกันภัยลงได้หลายวิธี เช่น การขับขี่อย่างระมัดระวังเพื่อรับส่วนลดประวัติดีในปีถัดไป การติดตั้งกล้องหน้ารถที่ช่วยลดเบี้ยประกันภัยได้สูงสุด 10% การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัย หรือการเลือกแผนประกันภัยที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ซึ่งจะช่วยลดเบี้ยประกันภัยแรกเข้าได้ สรุปบทความ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดขับหรือผู้ที่ใช้รถยนต์มาอย่างยาวนาน การทำความเข้าใจว่าประกันภัยรถยนต์มีกี่แบบ และแต่ละประเภทให้ความคุ้มครองส่วนใดบ้าง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ขับขี่ไม่ควรมองข้าม การเลือกแผนประกันภัยที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งาน อายุของรถยนต์ และความพร้อมด้านการเงิน จะช่วยเป็นเบาะรองรับความเสี่ยงที่ดีให้คุณได้ ทั้งช่วยปกป้องรถยนต์คันโปรดและเงินในกระเป๋าของคุณ เพื่อให้ทุก ๆ การเดินทางบนท้องถนนเต็มไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัยสูงสุด *เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทผู้รับประกันภัยกำหนด ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง สินเชื่อส่วนบุคคล : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 15% – 25% ต่อปี บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ในปัจจุบันรูปแบบของประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ แบ่งความคุ้มครองออกเป็น 5 ประเภท เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกความคุ้ม






댓글