บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน เดินหน้าสานต่อโครงการ “ GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชนห่างไกลทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเสนอพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อรับการสนับสนุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจากการคัดเลือกพื้นที่ในปีนี้ GULF เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของ “บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์” ซึ่งเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนเกาะเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน จึงได้ดำเนินการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานที่ “โรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา” ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย และเทคโนโลยีทางการศึกษาได้มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในหลายมิติ ทั้งการเก็บรักษาวัตถุดิบอาหารกลางวันให้คงความสด สะอาด และปลอดภัย อันนำไปสู่การเสริมสร้างโภชนาการที่ดีให้กับนักเรียนและครู ตลอดจนคนในชุมชนสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนและต่อยอดอาชีพทอผ้าและงานหัตถกรรม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นสำคัญที่ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน หมู่ 4 บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า “บ้านห้วยต้าเป็นชุมชนขนาดเล็ก มีประชากรประมาณ 300 คน หรือราว 150 หลังคาเรือน สภาพพื้นที่ของหมู่บ้านมีลักษณะคล้ายเกาะ ตั้งอยู่เหนือเขื่อนสิริกิติ์ การเดินทางเข้าออกชุมชนต้องอาศัยเรือเป็นหลัก ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือในอำเภอท่าปลาประมาณ 2 ชั่วโมง ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและทำสวนผลไม้ เช่น เงาะ ลองกอง และทุเรียนหลิน-หลง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชุมชนที่ได้รับพระราชทานต้นพันธุ์มาปลูกและขยายผลจนกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่” “ในอดีตชุมชนแห่งนี้มีความเป็นอยู่ค่อนข้างยากลำบาก กระทั่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์มาทรงเยี่ยมราษฎรและพระราชทานความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งเข้ามาส่งเสริมทั้งด้านการเกษตรกรรม การปศุสัตว์ การประมง รวมถึงการทอผ้าและงานหัตถกรรม โดยใช้อาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจนถึงปัจจุบัน” “แม้ชุมชนจะมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตคือ การขาดแคลนไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางทั้งการศึกษาและกิจกรรมชุมชน ขณะเดียวกันชุมชนยังประสบปัญหาด้านสุขอนามัยจากการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากระบบกรองน้ำไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจากข้อจำกัดด้านไฟฟ้า ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดมาใช้ในชีวิตประจำวัน” “การที่ GULF เข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้กับโรงเรียนและชุมชนในครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เด็ก ๆ มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น ระบบกรองน้ำสามารถผลิตน้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัยให้กับนักเรียนและชาวบ้าน และยังช่วยสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของชุมชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง” ด้าน นายบัณฑิต นันตะเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา กล่าวว่า “โรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยาเป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีครู 13 คน และนักเรียน 41 คน โดยที่ผ่านมาโรงเรียนประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบของหมู่บ้านที่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาจำกัด ขณะที่ระบบโซลาร์เซลล์เดิมที่มีอยู่เสื่อมสภาพและชำรุดจากการใช้งานเป็นเวลานาน และล่าสุดได้รับความเสียหายจากเหตุฟ้าผ่าจนไม่สามารถใช้งานได้” “ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ หรือสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ ครูต้องผลิตสื่อการสอนแบบทำมือแทน และในบางช่วงที่มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ห้องเรียนมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเรียนรู้และสุขภาพสายตาของนักเรียน บางครั้งครูผู้สอนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน หรือย้ายสถานที่เรียนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นอกจากนี้ การขาดแคลนไฟฟ้ายังส่งผลต่อการเก็บรักษาวัตถุดิบสำหรับโครงการอาหารกลางวัน การผลิตน้ำดื่มสะอาด และการดำเนินกิจกรรมของโรงทอผ้าชุมชน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นตามแนวพระราชดำริที่สำคัญของหมู่บ้าน” “จากปัญหาดังกล่าว โรงเรียนได้รับการประสานความช่วยเหลือจากทีมงานองค์การบริหารส่วนตำบลนางพญา ซึ่งได้เสนอชื่อเพื่อขอรับการสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์จาก GULF ผ่านช่องทางออนไลน์ และเมื่อรู้ว่าโรงเรียนได้รับการคัดเลือกเพื่อติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์จาก GULF คณะครูและชาวบ้านต่างมีความยินดีเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากโรงเรียนจะมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดทั้งวัน นักเรียนสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยได้อย่างทัดเทียมกับโรงเรียนอื่น ๆ ขณะเดียวกันยังช่วยให้เครื่องกรองน้ำสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีน้ำดื่มสะอาดสำหรับนักเรียนและชุมชน ตลอดจนโรงทอผ้าของชุมชนก็กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยสืบสานและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหัตถกรรมสู่เยาวชนรุ่นใหม่ ในนามของโรงเรียนและชุมชนขอขอบคุณ GULF ที่เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ครั้งนี้” ขณะที่ นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการด้านการบริหาร ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ GULF เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา GULF ไม่เพียงมุ่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงเท่านั้น แต่ยังต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข การส่งเสริมอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่” “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา GULF ได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้แก่ชุมชนห่างไกลไปแล้วมากกว่า 20 พื้นที่ทั่วประเทศมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 100 กิโลวัตต์ และครอบคลุมผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า 10,000 คน เราจะยังคงเดินหน้านำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และพลังงานสะอาดไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” นายสิตมน กล่าวทิ้งท้าย อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘GULF Sparks, Life Starts’ ปี 4 ติดโซลาร์เซลล์ ร.ร.บ้านห้วยต้าวิทยา จ.อุตรดิตถ์ ปลดล็อกการเรียนรู้เด็กห่างไกล
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน เดินหน้าสานต่อโครงกา







Comentários