สี จิ้นผิง ลั่นตอ.กลาง ไม่ควรเป็น สมรภูมิแข่งขันของมหาอำนาจ จ่อส่งทูตพิเศษ เยือนอิหร่าน-โอมาน-ซาอุฯ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวกับสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัยษัม บิน ฏอริก อาล ซะอีด แห่งโอมาน ในระหว่างพบหารือกันที่กรุงปักกิ่งในวันจันทร์(2 พ.ย.)นี้ว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางและอ่าวอาหรับไม่ควรกลายเป็นสมรภูมิสำหรับการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจและจีนพร้อมที่จะร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาหรับเพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคดังกล่าว ประธานาธิบดีสีกล่าวแสดงจุดยืนของจีนกับสุลต่านโอมานที่เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน เริ่มจากวันอาทิตย์(1 พ.ย.) ซึ่งนับเป็นการเยือนจีนเป็นครั้งแรกของสุลต่านโอมานนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศเริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีค.ศ.1978 รอยเตอร์ ประธานาธิบดีสีบอกกับสุลต่านแห่งโอมานว่าโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ “ภูมิภาคตะวันออกกลางและอ่าวอาหรับไม่ควรกลายเป็นเวทีสำหรับการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการดูแลและปกป้อง” กระทรวงต่างประเทศระบุว่าเป็นถ้อยคำที่ผู้นำจีนกล่าวกับสุลต่านแห่งโอมาน นอกจากนี้ประธานานาธิบดีสียังกล่าวเน้นย้ำว่าจีนมีความมุ่งมั่นมาโดยตลอดในการยุติสงครามและหวังที่จะมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิดและแนวทางแก้ไขปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคนี้ โดยจีนพร้อมที่จะกระชับการติดต่อสื่อสารและการประสานงานกับกลุ่มประเทศอาหรับ รวมถึงชาติสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) เพื่อร่วมกันฟื้นฟูสันติภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงที่ยั่งยืน ขณะที่ในแถลงการณ์ร่วม 20 ข้อของจีนและโอมานระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่าควรกลับมามีการเดินเรือตามปกติและอย่างปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งสองประเทศยังเรียกร้องให้สหรัฐและอิหร่านยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี การกลับไปปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามความขัดแย้งและเริ่มต้นการเจรจากันใหม่อีกครั้ง กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุในเวลาต่อมาด้วยว่า นายจ๋าย จวิ้น ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลางของจีน จะเดินทางไปเยือนอิหร่าน โอมาน และซาอุดีอาระเบียในช่วงต้นเดือนนี้ด้วย รอยเตอร์ ด้านสื่อทางการโอมานรายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัยษัมทรงกล่าวกับประธานาธิบดีสีว่า รัฐบาลโอมานชื่นชมจุดยืนของจีนในประเด็นสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นข้อห่วงกังวลที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคนี้ “เราเชื่อว่าการพัฒนาและเสถียรภาพความมั่นคงนั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก” สุลต่านแห่งโอมานกล่าว และว่า ความรุ่งเรืองของชาติบ้านเมืองจำเป็นต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นคง สันติภาพ การเคารพอธิปไตยแห่งรัฐ และการยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ข้อพิพาทต่างๆ จะได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี นอกจากนี้ สุลต่านโอมานยังทรงกล่าวด้วยว่าโอมานจะพิจารณาจัดทำข้อตกลงการค้าและการลงทุนทวิภาคีแบบให้สิทธิพิเศษกับจีน “เรามั่นใจว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการค้าและการลงทุน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมและยกระดับการแลกเปลี่ยนทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศของเรา” สุลต่านแห่งโอมานทรงกล่าว ทั้งนี้จีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของโอมาน โดยภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจระหว่างสองประเทศได้รับการสนับสนุนอย่างมากนับจากการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงปักกิ่งกับกรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมานนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ขณะที่ที่ผ่านมาจีนมีบทบาททางการทูตในตะวันออกกลางค่อนข้างจำกัด แต่ในระยะหลังได้เพิ่มความพยายามในการช่วยยุติความตึงเครียด ท่ามกลางสงครามความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่รุนแรงลุกลามบานปลายจนก่อผลกระทบต่อการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซของโลกและส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งทั่วโลก จนทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคพากันปรับตัวสูงขึ้นตามมา
สี จิ้นผิง ลั่นตอ.กลาง ไม่ควรเป็น สมรภูมิแข่งขันของมหาอำนาจ จ่อส่งทูตพิเศษ เยือนอิหร่าน-โอมาน-ซาอุฯ ประธานาธิบดีสี จิ้นผ



Comentários