กระทรวงวัฒนธรรม-แกร็บ ดึงเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับ “เศรษฐกิจวัฒนธรรม” ดันแนวคิด “Cultural NEXUS” นำสินค้า CPOT ขึ้น GrabMart พร้อมปักหมุดร้าน “The Lost Taste” บน GrabFood โปรโมตร้านอาหารกว่า 150 ร้าน เดินหน้าพัฒนาทักษะดิจิทัลผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่าน GrabAcademy รายงานข่าวจากแกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และแกร็บ ประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม โดยมุ่งนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมกำลังขับเคลื่อนงานภายใต้แนวคิด “Cultural NEXUS–วัฒนธรรมเชื่อมอนาคต” มุ่งปรับบทบาทของกระทรวงไปสู่กระทรวงที่ใช้คุณค่าของอดีต สร้างโอกาสในปัจจุบัน และสร้างอนาคตให้คนไทย โดยเชื่อมวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี เชื่อมชุมชนให้มีรายได้ และเชื่อมศักยภาพของคนไทยสู่ตลาดโลก การผนึกความร่วมมือกับแกร็บในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเรื่องราวและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยในวงกว้าง ประสพ เรียงเงิน-จิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ ด้านนายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกว่า 37% นิยมวางแผนการเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านอาหารและวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน “แกร็บ” ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับสากลที่มีผู้ใช้บริการกว่า 54 ล้านคนต่อเดือน ครอบคลุม 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำจุดแข็งของการเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Tech Company) ทั้งระบบแพลตฟอร์มและฐานผู้ใช้งานที่ครอบคลุม มาร่วมต่อยอดนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง การลงนาม MOU ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ในการนำบริการที่หลากหลาย ทั้งการเรียกรถ ฟู้ดดีลิเวอรี่ และบริการสั่งซื้อสินค้า มาช่วยเชื่อมต่อผู้คนนับล้านให้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่การเดินทาง ร้านอาหาร ไปจนถึงสินค้าชุมชน CPOT บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือฉบับนี้ มีระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี ครอบคลุมการดำเนินงานใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การส่งเสริมการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาทิ วัด พิพิธภัณฑ์ และโบราณสถาน รวมถึงการสนับสนุนการจัดงานเทศกาลสำคัญทั่วประเทศ เช่น งานสงกรานต์ งานลอยกระทง และงานบุญบั้งไฟ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินกิจกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ การจัดทำม้านั่ง และจุดวางร่ม บริเวณจุดรับ-ส่ง ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และอยุธยา โดยนักท่องเที่ยวยังสามารถสแกน QR Code ที่อยู่บนม้านั่งเพื่อเข้าไปดูแผนที่ออนไลน์ที่รวบรวมที่เที่ยวที่คนท้องถิ่นแนะนำ 2.การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านการนำร้านค้าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และสินค้าชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรมเข้าสู่บริการ GrabMart เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน 3.การยกระดับอาหารไทยเพื่อต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยการโปรโมตร้านอาหารกว่า 150 ร้าน ภายใต้โครงการ “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” จากกระทรวงวัฒนธรรม ผ่านบริการ GrabFood เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการเดินทางไปสัมผัสรสชาติอาหารถึงถิ่น และ 4.การพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านโครงการ GrabAcademy ด้วยการจัดฝึกอบรมและเวิร์กช็อป เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยและสินค้าชุมชน พร้อมต่อยอดโอกาสในการสร้างรายได้ อ่านข่าวต้นฉบับ: Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
กระทรวงวัฒนธรรม-แกร็บ ดึงเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับ “เศรษฐกิจวัฒนธรรม” ดันแนวคิด “Cultural NEXUS” นำสินค้า CPOT ขึ้น GrabMa




Yorumlar