เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท ประจำปี 2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 223 ปี พร้อมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย โดยมีการจัดกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดพระพุทธรูปโบราณภายในพระอาราม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษามรดกทางพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยการจัดงานครั้งนี้ นอกจากเป็นการน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณแล้ว ยังมุ่งส่งเสริมให้วัดมหาธาตุฯ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมไทย เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้คุณค่าของมรดกทางประวัติศาสตร์ พร้อมร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานสู่คนรุ่นหลัง สำหรับกิจกรรมภาคเช้า เริ่มตั้งแต่เวลา 07.30 น. ด้วย พิธีบวงสรวงสักการะพระบวรราชานุสาวรีย์ฯ จากนั้นเป็นพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ณ พระอุโบสถ ก่อนเปิดกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช เพื่อนำโลหิตส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ผ่านสภากาชาดไทย ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ต่อมาเวลา 13.00 น. มีกิจกรรม เสวนาหัวข้อ ‘รฤกวังหน้า มหาสุรสิงหนาท’ โดยศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทพระองค์นี้ เป็นบุคคลสำคัญของบ้านเมือง พระเชษฐา (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และ พระอนุชา (สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท) ทั้ง 2 พระองค์ มีพระอุปนิสัย อัธยาศัย หากเปรียบเป็นภาษาชาวบ้านในปัจจุบัน พระองค์หนึ่งทรงมีพระอุปนิสัยหนักไปทาง’ฝ่ายบุ๋น’ คือรัชกาลที่ 1 ขณะที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงหนักไปทาง ‘ฝ่ายบู๊’ ทรงเชี่ยวชาญการศึกสงครามและทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมาย “บ้านเมืองของเราอยู่รอดปลอดภัยมาได้ก็เพราะทั้งบู๊และบุ๋นอยู่ด้วยกัน มีแต่บุ๋นอย่างเดียว มีแต่บู๊อย่างเดียว ก็ไปไม่รอด ยิ่งในเวลาที่บ้านเมืองเพิ่งสร้างบ้านตั้งเมือง เราก็จำเป็นที่จะต้องอาศัยพระอัธยาศัยของเจ้านายทั้งสองพระองค์ซึ่งควรได้รับการเฉลิมพระเกียรติในฐานะผู้ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองมาตั้งแต่แรกเริ่ม” ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าว ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวอีกว่า วัดมหาธาตุฯ เป็นสถานที่สำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทเป็นพิเศษ ทั้งการทรงผนวช การตั้งพระราชหฤทัยที่จะบูรณปฏิสังขรณ์วัด ตลอดจนการสังคายนาพระไตรปิฎก ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับวัดแห่งนี้ อีกทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินผ่านหน้าวัดเพื่อทรงนมัสการพระเป็นประจำทุกเช้าและเย็น ถือเป็นโอกาสสำคัญที่คนรุ่นหลังจะได้ร่วมกันเรียนรู้และบอกเล่าพระราชประวัติให้คนทั่วไปได้รับทราบ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวต่อไปว่า บรรพบุรุษสายหนึ่งในครอบครัวของตน คือ พระยามณเฑียรบาล (สด) เป็นข้าราชบริพารถวายงานสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ต่อมา ได้เลื่อนเป็นเจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์ (สด) “เจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์ (สด) ท่านนี้ มีลูกหลายคน บุตรคนใหญ่ได้เป็นพระยาสุนทรบุรีศรีพิชัยสงคราม (ชื่อตัว ‘เสือ’) พระยาสุนทรบุรี ต่อมาลูกหลานสืบสกุลมา เป็นต้นสกุล สุนทรศารทูล ศารทูลแปลว่าเสือ สุนทรก็มาจากชื่อคำแรกของท่าน พระยาสุนทรบุรีศรีพิชัยสงคราม ท่านนี้มีลูกหลายคน หนึ่งในจำนวนลูกของท่านชื่อเกษร ตอนหลังเป็นคุณหญิงเกษร แต่งงานกับพระยาอนุชิตชาญชัย นามสกุล สุวรรณทัต คุณหญิงเกษร มีลูกชื่อ พระยาธรรมศาสตร์นาถประนัย พระยาธรรมศาสตร์นาถประนัย มีลูกชื่อ พระประมวลวินิจฉัย พระประมวลวินิจฉัยมีลูกเป็นแม่ (สุคนธ์ จันทรางศุ) ของผม เมื่อนับย้อนสายตระกูลประมาณ 7 ชั่วคน ก็จะไปถึงพระยามณเฑียรบาล (สด) ทำให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงเป็นผู้มีพระเดชพระคุณต่อครอบครัวมาตั้งแต่สมัยอยุธยาต่อเนื่องมาถึงกรุงเทพฯ การได้มาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ และได้เล่าเรื่องของท่าน ผมถือว่าเป็นเกียรติยศอย่างยิ่ง ในฐานะลูกหลานของข้าราชบริพารที่ถวายงานเจ้านายพระองค์นี้ แม้ผมจะไม่ได้ทันฟังเรื่องราวจากปู่ย่าตายายโดยตรง แต่เป็นคนขยันอ่าน จึงพอมีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังได้” ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าว ต่อมา เวลา 15.00 น. มี กิจกรรม ‘มรดกแห่งศรัทธา วันมหาสุรสิงหนาท’ นำชมปูชนียสถานและวัตถุสำคัญภายในวัด โดย ดร.ศรัณย์ มะกรูดอินทร์ นักวิชาการและนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดี และพุทธศิลป์ เพื่อเปิดมุมมองและชวนประชาชนเรียนรู้คุณค่าของมรดกทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดมาแต่โบราณ
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิ





Yorumlar