รวบวันเดียว 6 ราย แก๊งบัญชีม้า โยง 24 คดี เสียหายเกือบ 10 ล้าน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม บก.สส.ภ.2 รวบผู้ต้องหาได้ 6 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง คดีหลอกคนขายของมือสองให้ “เปิดร้านออนไลน์ปลอม” โอนเงินแล้วถอนไม่ได้ เหยื่อรายเดียวเสียเกือบ 6 แสนบาท เงินถูกแยกเข้าบัญชีม้า 8 บัญชี ก่อนถอนสดและแปลงเป็นทองคำภายในไม่กี่นาที ขยายผลพบบัญชีกลุ่มเดียวกันโยงอีก 24 คดีทั่วประเทศ รวมเสียหายกว่า 9.6 ล้านบาท ตามนโนบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชน นั้น พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบช.ภ.2 จึงได้สั่งการให้ บก.สส.ภ.2 ดำเนินการเชิงรุก เพื่อตัดวงจรขบวนการมิจฉาชีพ ตามนโยบายของ ผบ.ตร. พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อประมาณเดือน เม.ย.69 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายรายหนึ่ง ต้องการขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองของตนเอง จึงติดต่อเพจแห่งหนึ่งบน Facebook ก่อนถูกชวนคุยต่อทาง LINE และถูกดึงเข้ากลุ่ม LINE Open Chat จากนั้นมิจฉาชีพให้สมัครสมาชิกเพื่อ “เปิดร้านค้า” พร้อมให้โอนเงินเพื่อ “สร้างเครดิต” และ “ยืนยันตัวตน” ผ่านเว็บไซต์ที่คนร้ายกำหนด เมื่อผู้เสียหายขอถอนเงินคืนกลับถอนไม่ได้ ถูกอ้างว่า “ทำกิจกรรมไม่ครบเงื่อนไข” ให้โอนเพิ่มอีกครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อธนาคารโทรแจ้งเตือนธุรกรรมผิดปกติ รวม 8 ธุรกรรม ไปยัง 8 บัญชีปลายทาง ความเสียหายร่วม 6 แสนบาท ตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์เพิ่มเติม พบคดีที่มีความเชื่อมโยงกับบัญชีปลายทางอีก 24 คดี รวมความเสียหาย 9.6 ล้านบาท ต่อมาศาลจังหวัดระยอง ออกหมายจับเจ้าของบัญชีและผู้ร่วมขบวนการรวมทั้งหมด 9 ราย พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบช.ภ.2 มอบหมายให้ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2,พ.ต.อ.ฐานานนท์ อธิพันธ์สีห์ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 , พ.ต.ท.ภาณุวิทย์ เพชรแทน รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 จัดกำลัง ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งนำโดย พ.ต.ท.อุกฤษ พันธุ์คงชื่น รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 ,พ.ต.ต.วรภัทร แสงเทียนประไพ สว.พ.ต.ท.ณัฐพล จินตเดช สว., ร.ต.อ.อุดมศักดิ์ พรมแด รอง สว.ฯ ได้สนธิกำลัง ปูพรมไล่จับกุมตัวผู้ต้องได้ทั้งหมด 6 ราย ได้แก่ 1. น.ส.จันทร์จิราภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวอยุธยา บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 605/2569 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฟอกเงิน” โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าร้านข้าวต้มแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.อยุธยา 2. นายวีรพล (ขอสงวนนามสกุล) ชาว จ.สิงห์บุรี บุคคลหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 607/2569 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฟอกเงิน” โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี 3. นายณัชพล (ขอสงวนนามสกุล) ชาวกรุงเทพมหานคร บุคคลหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 610/2569 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรืออาชญากรรมอื่นใด, เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสนับสนุนฟอกเงิน” โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร 4. นายศิวาวุธ (ขอสงวนนามกสุล) ชาวสมุทรสาคร บุคคลหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 611/2569 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฟอกเงิน” โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านพักในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร 5. นายวรพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) ชาว จ.สมุทรปราการ บุคคลหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 612/2569 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฟอกเงิน” โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 6. น.ส.สุนิศา (ขอสงวนนามสกุล) ชาว จ.สระแก้ว บุคคลหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 613/2569 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรืออาชญากรรมอื่นใด, เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสนับสนุนฟอกเงิน” โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สระแก้ว ที่เหลืออยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุม พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 กล่าวว่า “คดีนี้ผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีปลายทาง 8 บัญชี รวมเกือบ 6 แสนบาท เมื่อขยายผลพบว่าเชื่อมโยงกับอีก 24 คดี ความเสียหายรวมเกือบ 10 ล้านบาท โดยแต่ละคดีมิจฉาชีพใช้แผนประทุษกรรมที่แตกต่างกัน สำหรับวันนี้ เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.2 จับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย จากหมายจับทั้งหมด 9 ราย ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีปลายทางด้วย และหนึ่งในนั้นมีผู้ที่ทำหน้าที่รับทองคำหน้าร้านด้วย จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพออนไลน์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนลงทุนหรือการซื้อของออนไลน์ เพราะปัจจุบันมิจฉาชีพมีสารพัดวิธี ขอให้ยึดหลัก ‘ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน'”…
รวบวันเดียว 6 ราย แก๊งบัญชีม้า โยง 24 คดี เสียหายเกือบ 10 ล้าน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม บก.สส.ภ.2 รวบผู้ต้องหาได้ 6 ราย ตาม




Yorumlar