ธปท. ชี้ศก.ไทย ก.ย.69 ดีขึ้น ได้แรงหนุนส่งออก-ท่องเที่ยว แถมเอไอดันลงทุนเอกชนพุ่งสุดรอบ 20 ปี วันที่ 30 ตุลาคม นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ปรับดีขึ้นจากเดือนสิงหาคม โดยการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้นจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ตามแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของโลก รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งขึ้นมากตามการนำเข้าอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน โดยภาคท่องเที่ยว รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันพักที่นานขึ้น แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่อุปสงค์ลดลงภายหลังสิ้นสุดช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน รวมถึงต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน นางปราณี กล่าวว่า ด้านการบริโภคภาคเอกชนมีการชะลอตัวลดลงจากหมวดบริการ โดยเฉพาะการใช้จ่ายด้านโรงแรมและร้านอาหาร สะท้อนการระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวชะลอลง ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐหดตัวตามการเบิกจ่ายที่ลดลงของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ ขณะที่ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนเดือนกันยายนที่เร่งตัวขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ภาพรวมการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 3 ขยายตัวสูงถึง 10.1% เทียบไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งการเร่งตัวในเดือนกันยายนสูงถึง 21.6% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้าถือเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี นับตั้งแต่ ธปท.เริ่มจัดทำดัชนีมา เนื่องจากมีผู้ประกอบการหลายรายนำเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และระบบสำหรับ Data Center และ AI เข้ามาพร้อมกัน จากปัจจัยดังกล่าว ธปท.จึงได้ปรับประมาณการการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้ขึ้นเป็น 13% และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องที่ 7-8% ในปีหน้า นางปราณี กล่าวว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกภายหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ หมวดอาหารสดและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลเป็นสำคัญ ส่วนตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว แต่ยังต้องติดตามจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานที่เพิ่ม นางปราณี กล่าวว่า ด้านการส่งออกภาพรวมไตรมาส 3 การส่งออกโตได้ถึง 8.5% จากไตรมาสก่อน การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำในเดือนกันยายน ขยายตัว 3.7% มีสินค้ากลุ่มอุปกรณ์โทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกไปยังสหรัฐเป็นหัวหอกหลัก สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 1.5% เทียบไตรมาสก่อนหน้า และหากเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2568 โตที่ 3.4% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนกันยายนกลับมาขาดดุล 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการส่งกลับกำไรและค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมทั้งไตรมาส 3 ยังคงเกินดุล 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ “แม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ดี แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะ K-Shaped หรือฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยประโยชน์ยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเอไอและเทคโนโลยี ในระยะข้างหน้า ธปท.มี 4 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1.ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีเอไอโลก 2.ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม และทิศทางราคาน้ำมัน 3.ความเชื่อมั่นและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ 4.ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมและปรากฏการณ์เอลนีโญ” นางปราณี กล่าว
ธปท. ชี้ศก.ไทย ก.ย.69 ดีขึ้น ได้แรงหนุนส่งออก-ท่องเที่ยว แถมเอไอดันลงทุนเอกชนพุ่งสุดรอบ 20 ปี วันที่ 30 ตุลาคม นางปราณี







Yorumlar