‘พลพีร์’ โต้ปมโซลาร์ภาคประชาชน ยันไม่เอื้อรายใหญ่ ย้ำหลักประกัน 5 หมื่นคุ้มครองประชาชน ปมจ้างติดตั้ง 1.1 แสนบาท ตั้งกรรมการสอบแล้ว เผยยอดลงทะเบียนทะลุ 7 หมื่นราย เกือบ 40% ไม่ต้องกู้ธนาคาร เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงกรณีข้อกังวลของผู้ประกอบการภาคเอกชนต่อการดำเนินโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่มีการมอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นหน่วยงานหลักในการรับลงทะเบียน ประสานงาน และให้บริการประชาชน ว่า การไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งมีบทบาทเป็น One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และช่วยตรวจสอบผู้ประกอบการ (เวนเดอร์) ให้มีคุณสมบัติและมาตรฐานตามที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจและปลอดภัยในการใช้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สำหรับมาตรการหลักประกันการดำเนินงานนั้น กระทรวงการคลังได้วิเคราะห์เงื่อนไขต่างๆ ไว้แล้ว เนื่องจากประชาชนได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐครัวเรือนละ 50,000 บาท จึงจำเป็นต้องให้ผู้ประกอบการวางหลักประกันในวงเงิน 50,000 บาทเช่นเดียวกัน เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน “ถ้าเกิดมีเวนเดอร์รายไหนไปรับงานพี่น้องประชาชนมาแล้ว แล้วถ้าเกิดเขาไม่ไปทำ แปลว่าพี่น้องประชาชนนั้นขาดสิทธิ์ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น เงินที่เขาวางมัดจำไว้กับทางการไฟฟ้า เราก็สามารถยึดเงินการันตีตรงนั้น เพื่อที่จะมาให้บริการประชาชนได้ โดยที่ผู้ประกอบการอีกรายหนึ่งจะเป็นผู้ทำ” นายพลพีร์กล่าว นายพลพีร์ กล่าวว่า ส่วนข้อกล่าวหาว่าเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่และกีดกันรายย่อยนั้น ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ แต่ผู้ประกอบการบางรายอาจต้องการรับงานจำนวนมากเกินกว่ากำลังของบริษัท ขอชี้แจงว่าผู้ประกอบการรายเล็กสามารถทยอยรับงานตามศักยภาพได้ ไม่จำเป็นต้องรับงานครั้งละหลายพันหรือหลายหมื่นหลังคาเรือน “ถ้ามีกำลังทำ 5 หลัง ก็ทำแค่ 5 หลัง หลังจากเสร็จ 5 หลังแล้ว ก็ไปทำหลังที่ 6 ถึงหลังที่ 10 แล้วพอเสร็จ หรือก็ไปทำ 11 ถึง 15 ก็ได้” นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสามารถวางหลักประกันตามจำนวนงานที่รับผิดชอบ ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้ารับงานจำนวนมากตั้งแต่แรก ปัจจุบันการออกแบงก์การันตีมีค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 500 บาทต่อวงเงิน 50,000 บาท หรือคิดเป็นอัตราประมาณ 1% ซึ่งถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับการคุ้มครองประชาชนในระยะยาว โครงการนี้ต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องกู้เงินเพื่อเข้าร่วมโครงการและต้องผ่อนชำระเป็นระยะเวลา 7 ปี จึงต้องมั่นใจว่าผู้ติดตั้งสามารถดูแลระบบได้ตลอดระยะเวลารับประกัน หากติดตั้งไปแล้ว 2 ปีเกิดแผงเสียหายหรือเกิดเหตุไฟไหม้ จะต้องมีผู้รับผิดชอบดูแลประชาชน นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่เอกชนบางรายมองว่าราคาจ้างติดตั้งตามเงื่อนไขโครงการแทบไม่มีกำไรหรือไม่จูงใจให้เข้าร่วมโครงการนั้น ขอตั้งคำถามว่า ภาครัฐจำเป็นต้องออกแบบโครงการเพื่อให้เอกชนได้กำไรสูงสุดหรือไม่ เราขอยืนยันว่ารัฐบาลต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการหลายรายที่สามารถดำเนินงานตามเงื่อนไขได้ “ทำไมอีกหลายบริษัทเขาถึงทำได้ละครับ” ขอฝากถึงผู้ประกอบการว่า ขอให้ประเมินกำลังและความพร้อมของบริษัทตนเอง หากสามารถติดตั้งได้ 5 หลัง ก็ให้เริ่มทำ 5 หลัง เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจึงรับงานเพิ่ม ผู้เลือกผู้ประกอบการคือประชาชน ไม่ใช่รัฐบาล ประชาชนสามารถเลือกบริษัทที่ต้องการให้เข้าติดตั้งได้เอง ส่วนบทบาทของการไฟฟ้า การไฟฟ้าจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้บริการแบบ One Stop Service เมื่อประชาชนติดตั้งระบบเสร็จแล้ว การไฟฟ้าจะดำเนินการเชื่อมต่อระบบ เปลี่ยนมิเตอร์ และรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชน นายพลพีร์ กล่าวว่า ส่วนกรณีเอกสารของ กฟภ.เขต 1 ภาคเหนือ ซึ่งมีการสำรวจผู้ประกอบการให้รับงานติดตั้งโซลาร์ขนาด 5 กิโลวัตต์ ในราคา 110,000 บาท ทั้งที่ราคากลางของโครงการอยู่ที่ 140,000 บาทนั้น ขณะนี้ผู้ว่าการ กฟภ.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว เพื่อหาสาเหตุว่าเหตุใดจึงกำหนดราคา 110,000 บาท และตรวจสอบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับการไฟฟ้าหรือไม่ ส่วนเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นในระดับเขตหรือสาขาที่เชียงใหม่แค่ที่เดียวเท่านั้น เพื่อสำรวจความพร้อมของผู้ประกอบการว่ามีศักยภาพรับงานติดตั้งและให้บริการประชาชนได้จำนวนเท่าใด ไม่ใช่เอกสารที่ได้รับการอนุมัติหรือรับรองจากส่วนกลาง ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นความเสียหายต่อการไฟฟ้าไม่ใช่รัฐบาล “ราคา 110,000 บาท ทำไมถึงต้องเป็น 110,000 ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ทางผู้ว่าการไฟฟ้าก็ตั้งกรรมการสอบไปแล้ว ว่าทำไมถึงเป็น 110,000 ทั้งที่โครงการนี้ 140,000 บาท”นายพลพีร์กล่าว นายพลพีร์ กล่าวว่า ราคากลาง 140,000 บาทเป็นราคาประเมินที่คำนวณจากอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทั้งแผงโซลาร์ เบรกเกอร์ สายไฟ และอินเวอร์เตอร์ อย่างไรก็ตาม ราคากลาง 140,000 บาทไม่ได้เป็นราคาบังคับ ผู้ประกอบการสามารถเสนอราคาต่ำกว่าได้ หากสามารถจัดหาอุปกรณ์และติดตั้งได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และประชาชนมีสิทธิเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการที่เสนอราคาถูกกว่าได้ “เราไม่ได้บังคับขายที่ 140,000 บาท เราบอกว่า 140,000 เป็นราคาประเมิน เป็นราคากลางที่เราคำนวณแล้วว่าแผงได้มาตรฐาน เบรกเกอร์ได้มาตรฐาน สายไฟได้มาตรฐาน อินเวอร์เตอร์ได้มาตรฐาน เราสามารถทำได้ในราคานี้ แล้วถ้าผู้ประกอบการสามารถทำได้ถูกกว่า พี่น้องประชาชนก็สามารถไปเลือกของที่ถูกกว่าได้”นายพลพีร์กล่าว นายพลพีร์ กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการ ขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการประมาณ 70,000 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวประมาณ 35% หรือเกือบ 40% เป็นผู้ที่ชำระเงินสดโดยไม่ต้องกู้เงินจากธนาคาร โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นโครงการที่ดี เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง และเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีค่าไฟฟ้าสูง ถ้าสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 500 ยูนิต จะเป็นเงินประมาณ 2,000 บาท ซึ่งเป็นยอดที่พี่น้องประชาชนสามารถประหยัดได้ทันที และหากสามารถประหยัดค่าไฟได้เดือนละประมาณ 2,000 บาท จะสามารถประหยัดค่าไฟได้ 24,000 บาทต่อปี และเมื่อคำนวณในระยะยาวก็จะเป็นเงินที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนได้ ส่วนประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าไม่มาก หรือไม่ได้ใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน เนื่องจากไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันและไม่ได้ใช้ภายในบ้าน สามารถขายคืนให้กับการไฟฟ้าได้ ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ รัฐบาลต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทั้งการลดค่าไฟฟ้าในครัวเรือนและการมีรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับการไฟฟ้า และขอยืนยันว่าโครงการจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกผู้ประกอบการได้ตามความต้องการ และดำเนินการภายใต้มาตรฐานที่กำหนด “ผมอยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า จริงๆ โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี แล้วก็เปิดให้กับพี่น้องประชาชนสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าด้วยตัวเอง สามารถเป็นเจ้าของโรงงานไฟฟ้าย่อมๆ ได้ด้วยตัวเอง แล้วสำหรับท่านใดที่มีไฟฟ้าประจำเดือนหรือค่าใช้จ่ายสูงเกี่ยวกับการไฟฟ้า ก็สามารถใช้แผงโซลาร์ในการที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และสำหรับพี่น้องประชาชนที่อาจจะใช้ไฟไม่สูง ใช้ไฟไม่เยอะ หรือว่าไม่ได้ใช้ไฟช่วงกลางวัน ก็สามารถติดตั้งโครงการนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน แล้วไฟที่สามารถผลิตได้ก็สามารถมาขายคืนให้กับทางการไฟฟ้าได้ ท่านก็สามารถมีรายได้เพิ่ม จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เช่นเดียวกัน” นายพลพีร์กล่าว
‘พลพีร์’ โต้ปมโซลาร์ภาคประชาชน ยันไม่เอื้อรายใหญ่ ย้ำหลักประกัน 5 หมื่นคุ้มครองประชาชน ปมจ้างติดตั้ง 1.1 แสน



评论