Spotify แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลง เตรียมเปิดบริการใหม่ให้สมาชิกใช้ AI รีมิกซ์เพลงของศิลปินดังได้ด้วยตัวเอง เล็งเก็บค่าบริการเพิ่มเดือนละ 160 บาท ตั้งเป้าเปิดตัวไตรมาสแรกปี 2570 Financial Times รายงานว่า Spotify กำลังพัฒนาบริการใหม่ที่ใช้ AI ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำเพลงที่มีอยู่แล้วมาเรียบเรียงหรือรีมิกซ์เป็นรูปแบบใหม่ได้ด้วยตัวเอง ตั้งเป้าเปิดให้บริการภายในไตรมาสแรกของปี 2570 และกำลังพิจารณาเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมจากสมาชิกแบบ Premium เดือนละ 4–5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 130-160 บาทต่อเดือน รายงานระบุว่า Spotify อาจเปิดตัวบริการดังกล่าวในช่วงการประกาศรางวัลแกรมมี่ (Grammy Awards) เดือนกุมภาพันธ์ 2570 เปลี่ยนเพลงโฟล์กเป็นเพลงแดนซ์ ให้ AI ช่วยรีมิกซ์ได้เอง ความน่าสนใจของบริการใหม่อยู่ที่การเปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมกับเพลงที่ชื่นชอบมากกว่าการกดฟังหรือเพิ่มเพลงลงในเพลย์ลิสต์ ผู้ใช้งานอาจสามารถนำเพลงโฟล์กที่มีทำนองเรียบง่ายมาเปลี่ยนเป็นเพลงแดนซ์ หรือทดลองสร้างเพลงในรูปแบบที่ฟังคล้ายกับศิลปินอีกคนหนึ่งนำมาร้องใหม่ โดยอาศัย AI ช่วยปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางดนตรี ต่างจากบริการสร้างเพลงด้วย AI อย่าง Suno ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานพิมพ์ข้อความคำสั่งเพื่อสร้างเพลงใหม่ขึ้นมาได้ตั้งแต่ต้น สำหรับ Spotify บริการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจะเน้นการนำเพลงที่มีอยู่แล้วของศิลปินที่ยินยอมเข้าร่วมโครงการมาดัดแปลงเป็นเวอร์ชันใหม่ แทนการสร้างเพลงขึ้นมาโดยไม่มีต้นฉบับ นอกจากนี้ Spotify ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบที่อาจทำให้เพลงรีมิกซ์จากผู้ใช้งานปรากฏในเพลย์ลิสต์ของแพลตฟอร์มได้ด้วย หากแนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ผู้ใช้งาน Spotify จะไม่ได้เป็นเพียงผู้บริโภคเพลง แต่จะสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีจากเพลงที่ตนเองชื่นชอบได้มากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขด้านลิขสิทธิ์ที่บริษัทกำหนด จับมือ 3 ค่ายเพลงใหญ่ เจรจา Sony และ Warner เพิ่ม ประเด็นสำคัญของบริการนี้ไม่ได้มีเพียงความสามารถของ AI แต่ยังรวมถึงการได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการนำผลงานเพลงที่มีอยู่แล้วมาใช้สร้างเวอร์ชันใหม่ Financial Times รายงานว่า Spotify สามารถบรรลุข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์กับบริษัทเพลงแล้ว 3 ราย ได้แก่ Universal Music Group หนึ่งในบริษัทเพลงรายใหญ่ของโลก, Merlin กลุ่มตัวแทนค่ายเพลงอิสระ และ Believe บริษัทเพลงจากฝรั่งเศส ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงอยู่ระหว่างการเจรจากับ Sony Music และ Warner Music ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายสำคัญในอุตสาหกรรมเพลงโลก อีกทั้ง Spotify และ Universal Music Group ได้หารือกับศิลปินเป็นรายบุคคล เพื่อโน้มน้าวให้เปิดเพลงของตนเข้าร่วมบริการดังกล่าว เนื่องจากบริการ AI รีมิกซ์จะสามารถนำเพลงใดมาใช้งานได้มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับขอบเขตของข้อตกลงกับค่ายเพลงและศิลปินเจ้าของผลงาน อย่างไรก็ตาม ขณะเผยแพร่รายงาน Spotify ยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นจาก Reuters รีมิกซ์เพลงแล้ว ใครจะได้รับค่าลิขสิทธิ์? อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของผลงานเพลงต้นฉบับ โดย Financial Times ระบุว่า Spotify วางแผนให้รายได้ค่าลิขสิทธิ์จากเพลงรีมิกซ์ที่แฟนเพลงสร้างขึ้นไหลกลับไปยังศิลปินเจ้าของเพลงต้นฉบับ นอกจากนี้ ยอดการเล่นเพลงรีมิกซ์จะถูกนำไปรวมกับยอดการเล่นของเพลงต้นฉบับในการจัดอันดับเพลงบน Spotify ด้วย แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายให้เพลงต้นฉบับยังคงเป็นศูนย์กลางของระบบ แม้จะมีการสร้างเวอร์ชันใหม่ขึ้นจาก AI ก็ตาม กล่าวคือ แทนที่ผู้ใช้งานจะสร้างเพลงใหม่โดยแยกขาดจากเจ้าของผลงานเดิม Spotify กำลังพยายามพัฒนาระบบที่เชื่อมโยงเพลงรีมิกซ์เข้ากับศิลปินต้นฉบับ ทั้งในด้านการรับฟังและผลตอบแทน สมาชิก Premium 306 ล้านคน นอกจากการเพิ่มความสามารถใหม่ให้แพลตฟอร์มแล้ว บริการ AI รีมิกซ์ยังอาจกลายเป็นช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติมให้ Spotify จากฐานสมาชิกแบบชำระเงินที่มีอยู่ทั่วโลก ข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 ซึ่ง Spotify เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ระบุว่า บริษัทมีสมาชิก Premium จำนวน 306 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานรายเดือน (Monthly Active Users) อยู่ที่ 788 ล้านคน Spotify ยังรายงานรายได้รวมในไตรมาสดังกล่าวที่ 5,000 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน 672 ล้านยูโร FourWeekMBA เว็บไซต์วิเคราะห์โมเดลธุรกิจและเทคโนโลยี ประเมินว่า หาก Spotify สามารถเรียกเก็บค่าบริการ AI รีมิกซ์เพิ่มเติมเดือนละ 4–5 ดอลลาร์ได้จริง จะมีโอกาสสร้างรายได้ใหม่จำนวนมาก แม้มีสมาชิก Premium เพียงบางส่วนเลือกสมัครใช้บริการ จากการคำนวณโดยใช้ฐานสมาชิก Premium จำนวน 306 ล้านคน และสมมติให้จำนวนสมาชิกคงที่ตลอดปี พบว่า หากสมาชิก 5% สมัครใช้บริการ จะสร้างรายได้ประมาณ 730–920 ล้านดอลลาร์ต่อปี หากสมาชิก 10% สมัครใช้บริการ จะสร้างรายได้ประมาณ 1,470–1,840 ล้านดอลลาร์ต่อปี หากสมาชิก 25% สมัครใช้บริการ จะสร้างรายได้ประมาณ 3,670–4,590 ล้านดอลลาร์ต่อปี หากสมาชิกทั้งหมดสมัครใช้บริการ จะสร้างรายได้ประมาณ 14,700–18,400 ล้านดอลลาร์ต่อปี ฟังอย่างเดียวไม่พอ หาก Spotify สามารถเปิดตัวบริการดังกล่าวได้ตามแผน จะถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของอุตสาหกรรมสตรีมมิ่งเพลง ซึ่งกำลังนำ AI เข้ามาเพิ่มรูปแบบการใช้งานและสร้างรายได้จากสมาชิกเดิม ที่ผ่านมา รูปแบบธุรกิจหลักของ Spotify คือการให้บริการฟังเพลงและพอดแคสต์ โดยมีรายได้จากสมาชิกแบบชำระเงินและโฆษณา แต่บริการ AI รีมิกซ์จะเพิ่มทางเลือกในการจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงเครื่องมือสร้างสรรค์ผลงานดนตรี จุดแข็งของ Spotify ในการพัฒนาบริการนี้คือฐานสมาชิกแบบชำระเงินจำนวนมาก รวมถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับค่ายเพลงและเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการนำเพลงที่มีอยู่แล้วมาใช้งาน ขณะเดียวกัน การพัฒนาบริการดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมเพลงกำลังเผชิญข้อถกเถียงเกี่ยวกับการนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกและพัฒนาระบบ AI ก่อนหน้านี้ Sony Music Publishing และ Warner Chappell ได้ยื่นฟ้อง Anthropic บริษัทพัฒนา AI ในประเด็นเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ในการฝึกโมเดล AI ขณะที่ Universal Music Group เลือกดำเนินแนวทางความร่วมมือด้าน AI กับ ElevenLabs เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มเพลง AI ที่ใช้เนื้อหาภายใต้การอนุญาต นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของอิตาลียังได้เปิดการสอบสวนเงื่อนไขการให้บริการของ Suno ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในตลาดเพลงที่สร้างด้วย AI อ่านข่าวต้นฉบับ: Spotify เล็งเปิดใช้ AI ให้รีมิกซ์เพลงเอง ต้นปี 2570
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของผลงานเพลงต้นฉบับ โดย Financial Times ระบุว่า Spotify







评论