ทหารเมียนมา-กะเหรี่ยง ยังปะทะหนัก ชาวไทยหลบกระสุนวุ่น ฉก.ราชมนู ตรึงแนวชายแดนลาดตระเวนดูแลปชช. เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์การสู้รบในฝั่งเมียนมา ที่บ้านมินลาปาน บ้านผาลูน้อย อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามตำบลมหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ยังมีการสู้รบอย่างหนัก ฝ่ายทหารเมียนมามีการใช้อากาศยานทิ้งระเบิด 2-3 รอบเพื่อโจมตีฝ่ายกะเหรี่ยง นอกจากนี้ทั้ง 2 ฝ่ายยังได้ปะทะกัน ด้วยอาวุธประจำกาย ทำให้บรรดาเจ้าของร้านค้าบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน ต่างหาที่กำบังกัน เช่นชาวบ้านที่ใช้จักรยานยนต์รีบขับขี่เพื่อหนีไปยังจุดที่ปลอดภัย ชนิดเอามือกุมศีรษะ นางสมศรี ราษฎรบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลมหาวัน อ.แม่สอด กล่าวว่า ต้องอยู่อย่างลำบากมานานกว่า 1 ปี นอนหลับๆตื่นๆ เวลายิงกัน ต้องวิ่งหาที่กำบัง ที่น่ากลัวที่สุดคือ อาวุธปืนค. เกรงว่าจะมาตกลงใส่ที่บ้าน ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ยังคงตรึงแนวชายแดนบริเวณริมฝั่งเมียนมา พร้อมจัดกำลังลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน การปะทะดังกล่าวยังไม่มีกระสุนล้ำเข้ามาเขตไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้ หลังจากที่กองกำลังนเรศวร โดยพลตรีประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้ทำหนังสือความร่วมมือจากศุลกากรแม่สอด เพื่อให้ระงับการอนุญาตขนส่งสินค้าในจุดผ่อนปรน ตั้งแต่บริเวณด้านใต้สะพานมิตรภาพไทย เมียนมา แห่งที่ 1 บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด ลงไปทางด้านพื้นที่การสู้รบ ตรงข้ามบ้านมินลาปาน ตรงข้าม ต.มหาวัน และบริเวณบ้านช่องแคบ ตำบลช่องแคบ และบ้านวาเล่ย์ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ เป็นเวลา 7 วัน หรือ จนกว่าสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ดังกล่าวจะสงบ ที่อ.พบพระ ทหารกองกำลังนเรศวร ได้ปิดท่าข่ามที่บ้านวาเล่ย์ใต้ วาเล่ย์เหนือ ตำบลวาเล่ย์ทั้งหมด โดยมีการปิดสะพานที่ชาวเมียนมาเคยข้ามไปมา เพื่อเข้ามาซื้อสินค้าไทย โดยชาวเมียนมาส่วนมากเชื้อสายกะเหรี่ยง อยู่ภายใต้การปกครองของทหารกะเหรี่ยงดีบีเอ.
ทหารเมียนมา-กะเหรี่ยง ยังปะทะหนัก ชาวไทยหลบกระสุนวุ่น ฉก.ราชมนู ตรึงแนวชายแดนลาดตระเวนดูแลปชช. เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้







评论