หุ้นไทยวันนี้ปิดร่วง 21.50 จุด หลุดระดับ 1,550 จุด มูลค่าซื้อขายเฉียด 6.9 หมื่นล้านบาท DELTA-PTTGC-SCC-TOP กอดคอร่วงหนัก ฟาก ตลท.ชี้บอนด์ยีลด์สหรัฐกดดันเงินทุนไหลออกทั่วโลก ซ้ำความกังวลปรับโครงสร้างราคาพลังงานและงบบริษัทจดทะเบียนต่ำกว่าคาด แต่ยังมองหุ้นไทยปีนี้ให้ผลตอบแทนโดดเด่นในภูมิภาค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,544.60 จุด ลดลง 21.50 จุด หรือ 1.37% มูลค่าการซื้อขาย 68,972.46 ล้านบาท ภาพรวมการซื้อขายวันนี้เผชิญแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่หลายตัว โดยเฉพาะ DELTA, PTTGC, SCC และ TOP ซึ่งปรับตัวลดลงอย่างหนัก ทั้งนี้ หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.DELTA ปิดที่ 221.00 บาท ลดลง 11.00 บาท หรือ 4.74% มูลค่าซื้อขาย 6,027.59 ล้านบาท 2.PTTGC ปิดที่ 46.50 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ 8.82% มูลค่าซื้อขาย 5,028.98 ล้านบาท 3.SCC ปิดที่ 262.00 บาท ลดลง 16.00 บาท หรือ 5.76% มูลค่าซื้อขาย 4,288.12 ล้านบาท 4.TOP ปิดที่ 61.75 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 5.36% มูลค่าซื้อขาย 3,763.75 ล้านบาท และ 5.PTT ปิดที่ 42.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.60% มูลค่าซื้อขาย 3,421.61 ล้านบาท นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงมีปัจจัยกดดันค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond Yield) ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลออกจากตลาดทุนทั่วโลก ไปยังสินทรัพย์ที่นักลงทุนมองว่ามีความปลอดภัยมากกว่า หรือเข้าสู่ภาวะลดความเสี่ยงในการลงทุน (Risk-off) สำหรับการเคลื่อนย้ายเงินทุนดังกล่าวยังส่งผลต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดันกระแสเงินลงทุน (Fund Flow) ให้ไหลออกจากตลาดหุ้นในหลายประเทศ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับแนวทางการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของภาครัฐ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน และอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผลกระทบจากประเด็นดังกล่าวอาจไม่มากนัก แต่สามารถสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในระยะสั้นได้ โดยบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบและสื่อสารข้อมูลให้นักลงทุนรับทราบอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น เนื่องจากบางบริษัทมีกำไรต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ขณะที่บางบริษัทมีกำไรสูงกว่าคาดอย่างมาก ส่งผลให้ราคาหุ้นตอบสนองแตกต่างกันตามผลประกอบการของแต่ละบริษัท ในส่วนภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปี 2569 นายอัสสเดชประเมินว่า แม้ตลาดจะเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภายนอก แต่ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยยังถือว่าโดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 25% สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่กระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติยังอยู่ในแดนบวก โดยตลาดหุ้นไทยอาจเป็นตลาดแห่งเดียวในเอเชียที่ยังมียอดซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ จุดแข็งสำคัญของตลาดทุนไทย คือ ความหลากหลายของบริษัทจดทะเบียนที่ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจที่ยังเติบโตได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ในระยะต่อไป ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เข้ามาจดทะเบียน เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนและยกระดับความน่าสนใจของตลาดทุนไทย อ่านข่าวต้นฉบับ: หุ้นไทยวันนี้หลุด 1,550 จุด! DELTA-PTTGC-SCC ฉุดตลาด บอนด์ยีลด์สหรัฐ-ปมพลังงานเขย่าตลาด
หุ้นไทยวันนี้ปิดร่วง 21.50 จุด หลุดระดับ 1,550 จุด มูลค่าซื้อขายเฉียด 6.9 หมื่นล้านบาท DELTA-PTTGC-SCC-TOP กอดคอร่วงหนัก






评论