ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐเร่งหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2026 โดยมีประเด็นสำคัญและความเคลื่อนไหวไม่ว่า การปรับตารางหาเสียงในรัฐสำคัญ ซึ่งทรัมป์ได้ปรับตารางและกลับมาจัดหาเสียงแบบลงพื้นที่จริงในรัฐไอโอวาและแคนซัสอีกครั้ง หลังจากที่มีการสับเปลี่ยนเป็นโฟนแรลลี่ หรือการหาเสียงรูปแบบทางไกลช่วงสั้น ๆ เท่านั้น โดยมุ่งเป้าไปที่การช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงเพื่อชิงที่นั่งในวุฒิสภา เพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์เดินทางไปปราศรัยในรัฐแคนซัสและไอโอวาในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐที่เขาชนะการเลือกตั้งสามครั้งติดต่อกัน แต่ผู้สมัครวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ยูเอสเอ ทูเดย์ (USA Today) รายงานว่า ในการหาเสียง ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันใช้กลยุทธ์ไม่ยอมรับความเสี่ยง ทรัมป์ระบุว่าเขา “ไม่สามารถเสี่ยงได้” ในระหว่างการลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครพรรครีพับลิกันในรัฐที่เป็นฐานเสียง (รัฐสีแดง) เนื่องจากพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญกับแรงกดดันในการรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรส อีกทั้ง ทรัมป์ยังผูกเงื่อนไขนโยบายและคำมั่นสัญญาสำคัญ ๆ ในรัฐสมรภูมิ (Battleground States) ไว้กับการที่พรรครีพับลิกันต้องเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งกลางเทอมเท่านั้น อย่างในรัฐแคนซัสที่มีการแข่งขันชิง สว.อย่างดุเดือด ประธานาธิบดีทรัมป์หาเสียงและระบุอย่างชัดเจนในการปราศรัยที่รัฐแคนซัส ว่าการผลักดันนโยบาย E15 ตลอดทั้งปี ให้เกิดขึ้นถาวรนั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อชาวแคนซัสเลือกโรเจอร์ มาร์แชล สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง และปฏิเสธที่จะทำนโยบายนี้หากผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามชนะ “นอกจากนี้ ผมยังได้ดำเนินการเรื่องขออนุญาตจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง E15 ตลอดทั้งปี และด้วยการสนับสนุนจากโรเจอร์ มาร์แชล ในวุฒิสภา เราจะผลักดันให้การจำหน่าย E15 ตลอดทั้งปีกลายเป็นเรื่องถาวรไปเลย แต่ถ้าอดัม แฮมิลตัน (จากพรรคเดโมแครต) ชนะ ผมก็จะไม่ทำ” ทรัมป์กล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ยังให้คำมั่นสัญญาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ระหว่างการปราศรัยหาเสียงกลางเทอมที่ Truist Arena ในย่านไฮแลนด์ไฮท์ส รัฐเคนตักกี เคียงข้างผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน เช่น แอนดี้ บาร์ โดยมีเงื่อนไข ทรัมป์ระบุว่าการลงทุน 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.3 พันล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโรงงานนั้นขึ้นอยู่กับการที่พรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึง การลงทุน 100 ล้านดอลลาร์ ได้รับการสนับสนุนจากเงินกู้แบบมีเงื่อนไข 80 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.7 พันล้านบาท) จากสำนักงานทุนเชิงกลยุทธ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ สำหรับบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ “Antheia” เพื่อฟื้นฟูโรงงานผลิตยาในวินเชสเตอร์ รัฐเคนตักกี “หากรีพับลิกันชนะ กระทรวงสงครามจะลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัทยา Antheia สร้างโรงงานผลิตยาขนาดใหญ่มหึมาในเมืองวินเชสเตอร์ รัฐเคนตักกี” ทรัมป์กล่าว ประเด็นร้อนในการหาเสียง ทรัมป์หยิบยกประเด็นเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน นโยบายคนเข้าเมือง รวมถึงการตอบโต้คำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างประเทศ เช่น อิหร่าน ในระหว่างการเดินสายหาเสียงโค้งสุดท้าย ในปีก่อน ๆ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งในฟลอริดา ไอโอวา และแคนซัสได้อย่างง่ายดาย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นรัฐที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันอย่างเหนียวแน่น แต่การที่ประธานาธิบดีเดินทางไปเยือนรัฐเหล่านี้ในช่วงวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง เน้นย้ำให้เห็นว่าในรัฐเหล่านี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพียงใดในการตัดสินว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในรัฐสภา บีบีซี (BBC) รายงานว่า ภาพรวมการปราศรัยที่ฟลอริดาและไอโอวา เขาเน้นย้ำนโยบายด้านการค้าและการอพยพ และกล่าวว่าหากพรรคเดโมแครตได้รับอำนาจ พวกเขาจะ “เปิดพรมแดน” “ทำให้ครอบครัวของคุณล้มละลาย” “ยึดปืนของคุณ” และ “ทำร้ายร่างกายลูกของคุณ” พร้อมกับเปิดคลิปวิดีโอของพรรคเดโมแครตที่วิพากษ์วิจารณ์สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา (ICE) และสนับสนุนสิทธิของคนข้ามเพศ ในอาคารพื้นที่หาเสียง ผู้สนับสนุนส่งเสียงเชียร์ แต่ก็มีความกังวลใจในหมู่พรรครีพับลิกันบางส่วนเกี่ยวกับความนิยมของทรัมป์ในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายกลาง ฮาคีม เจฟฟรีส์ แกนนำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เขามั่นใจมากว่าพรรคของเขาจะได้รับชัยชนะในการควบคุมสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ผู้นำพรรคเดโมแครตอาวุโส รวมถึงอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา กล่าวปราศรัยครั้งสุดท้ายต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เครื่องมือคาดการณ์ผลการเลือกตั้งจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งวิเคราะห์และรวบรวมผลสำรวจความคิดเห็นและข้อมูลในอดีตหลายรายการ ชี้ให้เห็นว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาส 96% ที่จะครองสภาผู้แทนราษฎร และมีโอกาส 76% ที่จะครองวุฒิสภา ผลสำรวจระดับชาติจาก NBC News ที่เผยแพร่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่ต้องการให้พรรคเดโมแครตควบคุมสภาคองเกรส โดยมีคะแนนนำพรรครีพับลิกันอยู่ 7 จุด พรรครีพับลิกันได้ 52% ต่อ 45% แต่เมื่อพิจารณาควบคู่ไปกับการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย สุดสัปดาห์นี้ยังมีการพลิกผันครั้งสำคัญในการแข่งขันวุฒิสภาในรัฐมิชิแกน ซึ่งเป็นที่นั่งที่พรรคเดโมแครตครองอยู่และกำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้น เฮลีย์ สตีเวนส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พ่ายแพ้ในการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกในรัฐสมรภูมิแห่งนี้ให้กับอับดุล เอล-ซาเยด ประกาศสนับสนุนไมค์ โรเจอร์ส ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดการประณามอย่างกว้างขวางจากพรรคเดโมแครตด้วยกันเอง แต่ได้รับเสียงยกย่องจากพรรครีพับลิกัน รวมถึงทรัมป์ที่เรียกเธอว่า “กล้าหาญมาก” ข้อมูลจากโครงการ UF Election Lab ของมหาวิทยาลัยฟลอริดา ระบุว่า ขณะนี้ชาวอเมริกันกว่า 52 ล้านคนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว พรรครีพับลิกันพยายามรักษาเสียงข้างมากปริ่มน้ำทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทรัมป์รับบท Mr. Veto ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาอาจกลายเป็น “นายวีโต้” หากพรรคเดโมแครตชนะการควบคุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึง เนื่องจากผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าพรรครีพับลิกันตามหลังในหลายสมรภูมิการแข่งขันสำคัญ แม้แต่ในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกันมาอย่างยาวนาน เช่น เทกซัสและแคนซัส “ผมอาจจะกลายเป็นมิสเตอร์วีโต้” ทรัมป์กล่าวพร้อมเสริมว่า “ผมจะไม่ปล่อยให้พวกเขาทำลายมัน” ในการให้สัมภาษณ์กับมิแรนดา เดไวน์ จากนิวยอร์กโพสต์ ซึ่งออกอากาศทางฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในคลิปสั้น ๆ ที่เผยแพร่ก่อนการสัมภาษณ์ที่จะออกอากาศในวันนี้ (2 พ.ย.) ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะใช้สิทธิวีโต้ร่างกฎหมายที่ส่งมาจากรัฐสภาที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก แต่ก็กล่าวว่า “ในบางจุด เราอาจจะทำข้อตกลงกันได้” ทรัมป์ยืนยันมาโดยตลอดว่าพรรครีพับลิกันจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอม และในคลิปสัมภาษณ์เขายังกล่าวอีกว่า “หวังว่าเราจะไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น” ในการเลือกตั้งกลางเทอมส่วนใหญ่ พรรคที่ครองทำเนียบขาวมักจะเสียที่นั่งในสภาคองเกรสให้กับพรรคฝ่ายตรงข้าม ซึ่งหมายความว่าพรรครีพับลิกันของทรัมป์มีสิ่งที่ต้องสูญเสียมากที่สุด พรรครีพับลิกันซึ่งปัจจุบันครองเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อยทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ไม่ต้องการเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส เนื่องจากหากเสียที่นั่งใด ๆ ทำให้ฝ่ายเดโมแครตสามารถขัดขวางการผ่านกฎหมายและกำหนดนโยบายได้ ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวแจ้งกับรอยเตอร์ (Reuters) ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาว รวมถึงสตีเฟน มิลเลอร์รองหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว รัสเซลล์ วอท ผู้อำนวยการฝ่ายงบประมาณ และสำนักงานที่ปรึกษาของทำเนียบขาววางแผนหาวิธีที่จะทำตามตามวาระของทรัมป์ต่อไปโดยไม่ต้องขออนุมัติจากรัฐสภา ซึ่งรวมถึงการลงนามในคำสั่งบริหารด้วย อ่านข่าวต้นฉบับ: เจาะโค้งท้ายเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ปรับคิว ‘รัฐสีแดง’-แย้มรับบท ‘มิสเตอร์วีโต้’
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐเร่งหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันอังคารที่ 3 พ


评论